
อย่าส่งสัญญาณผิด
แม้รัฐบาลจะพยายามสร้างความเชื่อมั่นด้วยการยืนยันว่า เศรษฐกิจปีหน้าจะเติบโตได้ 4.5%
แม้รัฐบาลจะพยายามสร้างความเชื่อมั่นด้วยการยืนยันว่า เศรษฐกิจปีหน้าจะเติบโตได้ 4.5% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่มองโลกสวย เหมาะสมกับระบบเศรษฐกิจประเทศไทย จากมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลจะทำในปี 2558 ด้วยการเร่งใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ และการพยายามเพิ่มการบริโภคในประเทศ โดยหวังให้ 2 หัวหอกเครื่องยนต์เศรษฐกิจดังกล่าวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นมากมายและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ถึงขนาดที่ล่าสุดหน่วยงานหลักทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2558 ตามการประมาณการล่าสุดเดือน ธ.ค. ลงจากเดิม 4.8% ลดเหลือ 4%
นอกจากนี้ ได้ปรับลดตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจปีนี้ลง จากเดิมขยายตัว 1.5% ลดเหลือแค่ 0.8% ต่ำกว่าที่รัฐบาลประกาศ หลังเร่งอัดฉีดงบประมาณ 3 เดือนในการเข้ามาเป็นรัฐบาล เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตได้ถึง 1.1%
ทั้งนี้ เหตุผลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดการเติบโตเศรษฐกิจไทย เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจริงฟื้นตัวช้า การส่งออกขยายตัวยาก เศรษฐกิจโลกขยายตัวต่ำ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรปและญี่ปุ่นที่เป็นตลาดหลักส่งออกของไทย
ขณะที่หัวหอกซึ่งรัฐบาลหวังจะเป็นตัวใช้ดันเศรษฐกิจ คือการใช้จ่ายภาครัฐ ก็ยังเบิกจ่ายต่ำกว่าเป้าที่รัฐบาลกำหนด ผลดังกล่าวจึงยังไม่เชิญชวนให้เอกชนลงทุน เพื่อรับกับอานิสงส์ที่เกิดจากการลงทุนของรัฐ รวมไปถึงการสร้างงานของรัฐที่ช้า ทำให้การสร้างรายได้กำลังซื้อให้ประชาชนช้าตาม หลังจากต้องซมพิษไข้ จากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ภาคครัวเรือนที่สูงมาก
ดังนั้น จากปัจจัยภายนอกและภายในที่ออกมาทางลบมากกว่าบวก รัฐบาลจึงควรจะปรับสัญญาณการเติบโตเศรษฐกิจให้สะท้อนความจริง เพื่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เพราะหากรัฐบาลพยายามสร้างภาพ ประกาศมาตรการ ตีปี๊บแผนลงทุนต่างๆ แต่ในความเป็นจริงต่างก็รู้ว่าโครงการกว่าจะเกิดต้องใช้เวลาอีกนาน
ความไม่น่าเชื่อถือดังกล่าวจะค่อยๆ ทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาลไปต่อเนื่อง จึงอยากให้รัฐบาลส่งสัญญาณเศรษฐกิจออกมาให้สะท้อนความจริง หากรัฐบาลเชื่อมั่นในแผนลงทุน หรือมาตรการที่กำลังจะผลักดันเศรษฐกิจให้โตได้ ก็ควรแจ้งให้สาธารณชนทราบ จะได้เชื่อมั่นและศรัทธา







