
กมธ.เผย นายกฯคนนอกใช้ช่วงวิกฤตการเมืองเท่านั้น
กมธ.ยกร่างฯ ตีเส้นยกร่างรธน.ให้ชัด ระบุนายกฯคนนอกใช้ได้ช่วงวิกฤตทางการเมืองเท่านั้น ให้อยู่บริหารประเทศชั่วคราว
กมธ.ยกร่างฯ ตีเส้นยกร่างรธน.ให้ชัด ระบุนายกฯคนนอกใช้ได้ช่วงวิกฤตทางการเมืองเท่านั้น ให้อยู่บริหารประเทศชั่วคราว
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้นำข้อเสนอการเขียนรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) มาหารือจนได้ภาพรวมในหลักการใหม่ในเรื่องระบอบการเมือง นักการเมือง สถาบันการเมืองแล้ว จะส่งข้อมูลดังกล่าวให้คณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ที่มีนางกาญจนรัตน์ ลีวิโรจน์ เป็นประธาน นำไปยกร่างเป็นรายมาตราจนถึงวันที่ 11ม.ค.58 ก่อนส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างเป็นทางการต่อไปในวันที่ 12 ม.ค.58 เบื้องต้นคาดว่า รัฐธรรมนูญใหม่น่าจะมีเนื้อหาอยู่ระหว่าง 250-300 มาตรา จะไม่มากไปกว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ที่มี 309 มาตรา ตามที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า จะต้องสั้น กระชับกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเดิม โดยไม่ให้เกิดการตีความได้
พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ส่วนกรณีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากส.ส.นั้น คงเป็นงานเหนื่อยของคณะอนุกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนยังมีบทเรียนฝังใจกับปมเรื่องนายกฯคนนอกในช่วงที่ผ่านมา จึงต้องค่อยๆทำความเข้าใจ ยืนยันว่า วัตถุประสงค์ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯไม่ได้คิดเปิดช่องสืบทอดอำนาจให้ใคร แต่เจตนารมณ์ที่แท้จริงคือ การเปิดช่องไว้ในกรณีเกิดวิกฤตทางการเมือง อาจจะต้องใช้นายกฯคนนอกมาแก้ปัญหา ที่ผ่านมามีการเรียกร้องนายกฯมาตรา 7 อยู่เป็นระยะๆ ในช่วงวิกฤตการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งนายกฯคนนอกจะนำมาใช้กรณีที่ประเทศเกิดวิกฤตเท่านั้น หากเป็นภาวะบ้านเมืองปกติ จะนำนายกฯคนนอกมาบริหารประเทศ คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนักการเมืองจะไปตอบคำถามประชาชนได้อย่างไร เรื่องนายกฯคนนอกจะมีการพิจารณาเขียนในตอนยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อวางกลไกให้ชัดเจนว่า ให้นำมาใช้ในกรณีเกิดวิกฤตทางการเมือง โดยให้มีอำนาจบริหารเพียงชั่วคราว อาจจะเป็น 6-8 เดือน แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ และตัวนายกฯคนนอกจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากส.ส.มากกว่าปกติ เช่น 3 ใน 4 ของส.ส.ทั้งหมด เรื่องเหล่านี้จะต้องกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนกันต่อไป เพื่อสื่อเจตนารมณ์ว่า จะไม่มีการซี้ซั้วเอาคนนอกมาเป็นนายกฯได้







