
เวลา
ทุกคนรู้จักเวลาดี เพราะมันหมุนชีวิตเราไปไม่หยุดยั้ง แต่ถ้าจะให้บอกว่าเวลาคืออะไร ก็ยากจะนิยามแน่ชัดเมื่อเราไม่ได้เป็นนักปรัชญาหรือนักฟิสิกส์ แต่ในการจัดการปกครอง สิ่งที่น่าสนใจกว่าเกี่ยวกับเวลามิได้อยู่ที่การหานิยาม เท่ากับการเห็นและเข้าใจความหมายเกี่ยวกับการทำงานของมันในสังคม
ทุกคนรู้จักเวลาดี เพราะมันหมุนชีวิตเราไปไม่หยุดยั้ง แต่ถ้าจะให้บอกว่าเวลาคืออะไร ก็ยากจะนิยามแน่ชัดเมื่อเราไม่ได้เป็นนักปรัชญาหรือนักฟิสิกส์ แต่ในการจัดการปกครอง สิ่งที่น่าสนใจกว่าเกี่ยวกับเวลามิได้อยู่ที่การหานิยาม เท่ากับการเห็นและเข้าใจความหมายเกี่ยวกับการทำงานของมันในสังคม
ความหมายของอดีต ปัจจุบัน อนาคต ที่คนในสังคมรับมาเป็นวิธีคิด เป็นความเชื่อ เป็นวิถีปฏิบัติ ความหมายของการแบ่งเวลาออกเป็นระยะ เป็นวงรอบ หรือฤดูกาล ที่ให้อาณัติสัญญาณบอกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น หรือวางกำหนดการสำหรับประสานให้เกิดวงจรการทำงานร่วมกัน ความหมายของขณะ รุ่นคน และยุคสมัย ที่ส่งผลต่อความเข้าใจของคนในสังคมว่าชีวิตที่กำลังถูกเวลาหมุนวนไปนั้นมีคุณค่าความหมายอะไร มีอะไรเป็นจุดหมาย หรือว่าไม่มี หรือมี แต่ไม่เหมือนเดิม
สังคมใช้เวลาจากอนาคตและเวลาจากอดีตมาทำงานในปัจจุบันหลายรูปแบบ โดยอย่างแรกมักใช้เพื่อผลัก และอย่างหลังมักใช้เพื่อยุดการเปลี่ยนแปลงของปัจจุบันกาล
อนาคต นอกเหนือจากการเป็นคำมั่นสัญญาที่นักการเมืองชอบนำมาใช้แลกเสียงสนับสนุนและความยินยอมพร้อมใจในปัจจุบันของเราแล้ว เรายังเห็นนักวางแผนนโยบายใช้อนาคตในรูปของการวางจุดมุ่งหมายปลายทางมาเป็นเครื่องมือปรับเปลี่ยนทัศนคติทางสังคม เช่นเปลี่ยนชาตินิยมสู่ความเป็นภูมิภาคนิยม หรือการนำแนวโน้มอนาคตมาวาดให้เห็นความเป็นไปได้แบบต่างๆ เพื่อใช้ภาพอนาคตเหล่านั้นเป็นเครื่องมือระดมฉันทามติและทรัพยากรสำหรับผลักดันการตัดสินใจเชิงนโยบาย และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา หรือหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นถ้าปัจจุบันยังคงมัวนิ่งนอนใจ หรือในทางกลับกัน อนาคตแบบที่ไม่อาจวัดความน่าจะเป็นได้ถนัด จึงไม่แน่นอนและประเมินความเสี่ยงได้ยาก เช่นการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและระบบนิเวศ ถูกนำมาใช้เรียกร้องให้ปัจจุบันยึดถือหลักการตัดสินใจด้วยความระมัดระวังมากขึ้นที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอีก
ในสังคมไทย การใช้อนาคตอย่างเป็นเหตุเป็นผลเช่นที่กล่าวมาดำรงอยู่ควบคู่กันไปกับความเชื่อของคนในสังคมเกี่ยวกับการจัดการความเป็นไปได้ของอนาคตที่มาจากความหมาย เหตุผล และความรู้อีกแบบหนึ่ง
เราเห็นหนังสือพิมพ์ระดับคุณภาพของประเทศนี้ตีพิมพ์คำทำนายของโหราจารย์เกี่ยวกับบ้านเมืองและผู้คนติดต่อกันทุกปี ในปีนี้ท่านแจ้งว่าวงรอบของพระเสาร์และราหูจรมาสถิตในตำแหน่งมรณะและอริทำมุมปลายหอกบีบลัคนาประเทศไทยที่มฤตยูกำลังจะเคลื่อนมาทับลัคน์ในปีหน้า และอนาคตปีหน้าของคนเกิดปีมะแมกับปีฉลูได้รับคำเตือนแต่เนิ่นๆ ว่าไม่ควรวางใจสนิทเพราะจัดเป็นปีชงตรง พร้อมกับคำชี้แนะแนวปฏิบัติในปัจจุบันที่จะช่วยให้อนาคตผ่อนหนักเป็นเบา และแน่นอนว่าช่วยสร้างการใช้จ่ายหมุนเศรษฐกิจโหราศาสตร์มูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี ในกรณีนี้ดูเหมือนว่าอนาคตจากโหราศาสตร์ที่มีพลังความเชื่อหนุนหลัง กำลังทำหน้าที่ปฏิบัติการจิตวิทยาทางสังคมเพื่อกล่อมความเข้าใจ และตะล่อมความคาดหวังของคนในสังคมเกี่ยวกับทิศทางของความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าฉากอนาคตของนักวางแผนนโยบายมากนัก ส่วนสังคมไทยและเขาและเธอที่เป็นคนปีฉลูปีมะแมจะเลือกใช้เครื่องมือจัดการอนาคตแบบใดเพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่แน่นอน ผู้เขียนไม่อาจ
คาดการณ์
อดีตเหมือนอนาคตอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ยุคทองของทั้งสองสมัยเป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าถึงได้ในเวลาปัจจุบัน แต่โดยทั่วไปอดีตมีคุณสมบัติต่างจากอนาคต สตีเฟน คิง เขียนถึงคุณสมบัติของอดีตในนวนิยายเรื่องหนึ่งของเขาว่า อดีตหัวรั้น ไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนโดยง่าย โดยคุณสมบัติของอดีตเช่นนั้น สังคมจึงใช้ผลผลิตที่อดีตสะสมไว้ ไม่ว่าจะเป็นประเพณี ขนบธรรมเนียม ศาสนา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ รวมทั้งวงจรของธรรมชาติ เป็นเครื่องสร้างเสถียรภาพทางสังคม และคุมรักษาจังหวะการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในอัตราช้าเร็วที่สังคมจะสามารถจัดการได้ และปรับตัวได้
แน่นอนว่า เวลายืนอยู่ข้างความเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ความเปลี่ยนแปลงของกลไกทางสังคมที่เป็นผลผลิตของอดีตที่สะสมมาโดยปกติจะเป็นไปอย่างช้าๆ ตราบใดสิ่งที่เปลี่ยนแปลงช้าเหล่านี้ยังควบคุมสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเร็วไว้ได้ ช่วยทดและซับสิ่งที่เปลี่ยนกระแสเร็ว เช่น เทคโนโลยี ความคิดเห็น ประชากร หรือรัฐธรรมนูญ (ของบางประเทศ) ไม่ให้ล้นไหลบ่าไปทำลายเสถียรภาพทางสังคม การเปลี่ยนแปลงทางสังคมก็จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่สำหรับคนที่ไม่พอใจสภาวะทางสังคมเดิมเป็นทุนอยู่แล้ว พวกเขาย่อมเห็นว่า กลไกที่เป็นผลผลิตของอดีตเหล่านี้เป็นอุปสรรคเหนี่ยวรั้งความเปลี่ยนแปลง ขัดขวางโอกาสที่สังคมจะก้าวหน้าไปหาอนาคตที่ดีขึ้น สมบูรณ์แบบมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ หรือเคยเป็นมา
คนต่างรุ่นและคนต่างยุคสมัยเห็นอดีตปัจจุบันอนาคต และมองเสถียรภาพกับความเปลี่ยนแปลงในความหมายและคุณค่าที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเห็นหรือมองอย่างไร เราควรเตรียมพร้อมสำหรับสภาพทางสังคมที่จะเกิดจากสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเร็วกำลังสร้างแรงบีบและกดดันต่อสิ่งที่เปลี่ยนแปลงช้ามากขึ้นเรื่อยๆ หรือทำให้ไม่มีสิ่งใดจะสามารถทรงตัวอยู่ได้นานพอที่จะสร้างเสถียรภาพได้เหมือนเดิมอีกแล้ว
สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ







