posttoday
งบลงทุนรัฐดันเศรษฐกิจโต

งบลงทุนรัฐดันเศรษฐกิจโต

26 ธันวาคม 2557

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2557 ว่า ภายหลังรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 จะมีการขยายตัวที่ 3% เทียบกับที่ติดลบ 0.5% และขยายตัวเป็นบวกได้ 0.4% และ 0.6% ในไตรมาส 2 และ 3 ตามลำดับ

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2557 ว่า ภายหลังรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 จะมีการขยายตัวที่ 3% เทียบกับที่ติดลบ 0.5% และขยายตัวเป็นบวกได้ 0.4% และ 0.6% ในไตรมาส 2 และ 3 ตามลำดับ

ปัจจัยที่สนับสนุนการขยายตัวดังกล่าว มาจากปัจจัย 3 ส่วน นั่นคือการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ 7.33 แสนล้านบาท และสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ จะเบิกจ่ายได้ถึง 8 แสนล้านบาท รวมทั้งการบริโภคภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น เป็นผลจากราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศปรับลดลง ทำให้ประชาชนมีเงินใช้จ่าย
เพิ่มขึ้น

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ปัจจัยนี้จะส่งผลต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรกปี 2558 ให้ขยายตัวได้ 4% โดยเฉพาะในส่วนของภาครัฐจะมีการลงทุนมากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีการทำสัญญาผูกพันไว้ในปีนี้แล้ว เช่น ในส่วนงบลงทุนปี 2557 ที่ค้างอยู่ 1.47 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายแล้วทั้งสิ้น 3.31 หมื่นล้านบาท และทำสัญญาผูกพันแล้ว 4.92 หมื่นล้านบาท งบลงทุนปี 2558 ทุกกระทรวงจะใช้ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2557 รวม 1.49 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้มีการเบิกจ่ายแล้ว 2.72 หมื่นล้านบาท ทำสัญญาผูกพันแล้ว 4.15 แสนล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้จะเข้าสู่ระบบมากในไตรมาสแรกของปีหน้า

ขณะที่การลงทุนตลอดทั้งปี โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวงคมนาคมได้จัดวางกรอบการลงทุนไว้ชัดแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนทางถนนที่อยู่ในหลักแสนล้าน โดยเป็นการลงทุนของกรมทางหลวง 6 หมื่นล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท 4 หมื่นล้านบาท และจะมีการลงทุนในส่วนอื่นๆ

“การลงทุนเอกชนที่ได้รับใบอนุญาต ร.ง.4 ไปก็เดินหน้าอย่างเต็มที่มากขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงจะเป็นโอกาสที่ทำให้การใช้จ่ายดีขึ้น การลงทุนรัฐเดินหน้าเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เตรียมแผนไว้แล้ว และยังมีงบอื่นๆ ที่ค้างอยู่อีก ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ทั้งปี 2558 ขยายตัวได้ 4.5% ส่วนปีนี้คงได้แค่ 1% เพราะไตรมาสสุดท้ายจะขยายตัวได้ 3% ซึ่งเป็นช่วงที่เป็นผลงานของรัฐบาล แต่ก่อนหน้านั้นไตรมาสแรกติดลบ 0.5% ไตรมาส 2 ได้ 0.4% ไตรมาส 3 ได้ 0.6%” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปี 2558 รัฐบาลจะผลักดันนโยบายเศรษฐกิจทุกด้าน แต่จะให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงดูแลไป แต่ที่จะต้องเข้าไปช่วยลุยคือส่วนของดิจิทัล อีโคโนมี เพราะเป็นเรื่องที่ยาก เป็นเรื่องใหม่ ที่หลังจากกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว จะตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทันที และหลังจากนั้นจะมีการประชุมทุกเดือนเพื่อกำหนดนโยบายต่างๆ อย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปี 2558 ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสู้รบในตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบกันทั่วโลก ขณะที่ การลดลงของราคาน้ำมันที่มีทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยเฉพาะการจะส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้ลดลง โดยเฉพาะราคายางพาราซึ่งรัฐบาลจะใช้กลไกต่างๆ ผลักดันให้ถึง 60 บาท/กิโลกรัม ซึ่งต้องจับตาว่าจะส่งผลถึงราคาข้าวสาลีและข้าวหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการประเมินว่ามีประเทศคู่ค้าได้รับผลกระทบจากการลดลงของราคาโภคภัณฑ์มากน้อยเพียงใด เพราะจะส่งผลถึงการส่งออกของไทยด้วย

“ถ้าส่วนใหญ่ได้รับผลลบ และกระทบต่อการส่งออก เราก็จะหันมาเร่งปัจจัยในประเทศทั้งการลงทุนภาครัฐ ลงทุนเอกชน และการบริโภคครัวเรือน” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

สำหรับเรื่องยางพารานั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้จ่ายเงินลงไปเลย แล้วค่อยตรวจสอบบัญชีภายหลัง ซึ่งทำให้คาดว่าจะจ่ายเงินให้เกษตรกรในส่วนที่เหลือได้ครบทั้ง 8.5 แสนราย เป็นเงิน 8,500 ล้านบาท ภายในต้นเดือน ม.ค. 2558

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท