posttoday
นายกฯพบชาวสวนยางภาคใต้วันนี้

นายกฯพบชาวสวนยางภาคใต้วันนี้

26 ธันวาคม 2557

แกนนำสวนยางภาคใต้เตรียมข้อมูล พบนายกฯ วันนี้ ลั่นหากไม่ตอบรับ เตรียมเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังปีใหม่

แกนนำสวนยางภาคใต้เตรียมข้อมูล พบนายกฯ วันนี้ ลั่นหากไม่ตอบรับ เตรียมเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังปีใหม่

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพบปะกับตัวแทนชาวสวนยางภาคใต้ในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ จ.นครศรีธรรมราช โดยทางองค์กรสวนยางพาราได้เตรียมข้อมูลรายละเอียดทุกปัญหานำเสนอไว้แล้ว พร้อมเปิดเวทีต้อนรับนายกรัฐมนตรีอย่างสมเกียรติ

“ได้นำเสนอนโยบายยางพาราต่อนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้ง เช่น เรื่องการให้ตรวจสอบสต๊อกยางพารา จำนวน 2.1 แสนตัน ก็ไม่ได้มีการตอบรับและตรวจสอบ และเรื่องให้ยุติการให้สินเชื่อเงินกู้ 5,000 ล้านบาท ให้กับสถาบันเกษตรกร โดยจะต้องให้มีการตรวจสอบรายละเอียดก่อน เพื่อป้องกันกลุ่มทุนที่เข้าไปสวมสิทธิสถาบันเกษตรกรกู้เงินไป ก็ยังไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบสต๊อกยางพารา 2.1 แสนตันนั้น หากนายกรัฐมนตรียังไม่ดำเนินการ ก็เตรียมตัวเดินทางเข้าสู่ศาลยุติธรรม เพราะมีการหารือพูดคุยกันแล้วว่าจะเข้ามาตรา 157 ฐานละเว้น หรือปฏิบัติมิชอบฯ” นายทศพล กล่าว

นายทศพล กล่าวอีกว่า หากนายกรัฐมนตรียังเพิกเฉยต่อข้อเสนอของกลุ่มชาวสวนยาง ก็เตรียมตัวพบกับโรดแมปชาวสวนยางพาราทั่วประเทศภายหลังช่วงปีใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งโรดแมป
ดังกล่าวนี้สถาบันองค์กรยางพาราไทยได้หารือกันจนตกผลึกแล้ว

นายทศพล กล่าวว่า ขณะนี้ชาวสวนยางพาราทางภาคใต้ ไม่ได้กรีดยางพาราอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมาแล้วประมาณ 3 เดือน แต่กลับมียางพาราเข้าสู่ตลาดกลางใน จ.สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี กว่า 1,000 ตัน และขายได้ราคานโยบายมูลภัณฑ์กันชน (บัฟเฟอร์ฟันด์) ซึ่งองค์การสวนยาง (อสย.) เป็นผู้รับซื้อ โดยยางรมควัน กิโลกรัมละ 60 บาท น้ำยางสดหน้าสวนยางพารา กิโลกรัมละ 37 บาท

“โครงการนโยบายมูลภัณฑ์กันชน (บัฟเฟอร์ฟันด์) เกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน แต่ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่สามารถกรีดได้ และไม่ได้กรีดยางมากว่า 3 เดือนแล้ว ดังนั้นแล้วยางพาราที่ออกขายได้ราคาสูงจาก อสย.ในช่วงนี้ ใครได้ผลประโยชน์” นายทศพล กล่าว

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากพ่อค้ายางพารา จ.พัทลุง เปิดเผยว่า โครงการมูลภัณฑ์กันชน(บัฟเฟอร์ฟันด์) ไม่ต่างกับโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางที่ค้างสต๊อกอยู่จำนวน 2.1 แสนตัน จากนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลจะต้องประสบกับภาวะขาดทุนอีกระลอก โดยเงินนี้กลุ่มทุนกลับได้ประโยชน์ แต่เกษตรกรกลับไม่ได้รับผลประโยชน์ เพราะขณะนี้ไม่สามารถกรีดยางพาราได้ ฝนตกน้ำท่วมมาตลอด ดังนั้นยางพาราที่เข้าสู่ตลาดกลาง จึงแน่ชัดว่าเป็นยางของกลุ่มทุน ไม่ใช่ของเกษตรกร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท