posttoday
"นายกฯ"แจงรัฐบาลทำไม่ดีตำหนิได้

"นายกฯ"แจงรัฐบาลทำไม่ดีตำหนิได้

26 ธันวาคม 2557

“ประยุทธ์” ลงใต้ช่วยน้ำท่วม-ติดตามเหตุรุนแรง 3 จังหวัดชายแดน-ร่วมรำลึก 10 ปีสึนามิ กำชับทุกภาคส่วนช่วยกัน แจงสิ่งไหนรัฐบาลทำไม่ดีตำหนิได้ ลั่นยังสู้ จะหายป่วยเมื่อคนไทยมีความสุข

“ประยุทธ์” ลงใต้ช่วยน้ำท่วม-ติดตามเหตุรุนแรง 3 จังหวัดชายแดน-ร่วมรำลึก 10 ปีสึนามิ กำชับทุกภาคส่วนช่วยกัน แจงสิ่งไหนรัฐบาลทำไม่ดีตำหนิได้ ลั่นยังสู้ จะหายป่วยเมื่อคนไทยมีความสุข

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กรมการขนส่งทหารบก ดอนเมือง ( ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมสถานการณ์อุกทกภัยในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พร้อมร่วมงานครบรอบ 10 ปีเหตุการณ์สินามิ ที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นายกฯเดินทางลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

โดยก่อนเดินทางนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ดูแลช่วยเหลือบรรเทาสาธารณะภัย อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีน้ำท่วมมาเป็นเวลานานพอสมควร ตนได้สั่งการตั้งแต่วันแรกให้ดำเนินการ โดยวันนี้จะเป็นการไปตรวจความเรียบร้อยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ทราบจากฝ่ายความมั่นคง ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้รายงานความช่วยเหลือมาโดยตลอด โดยตนในนามของนายกรัฐมนตรี จะลงไปดูในหลายเรื่อง ทั้งการบรรเทาภัยพิบัติ การดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นห่วงในเรื่องการก่อเหตุรุนแรงด้วย

นายกฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะไปพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่กำหนดไว้ ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่ามีความพร้อมแค่ไหนอย่างไร ตรงตามนโยบายที่ได้เคยให้ไว้หรือไม่ ซึ่งจะส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมอยู่แล้ว ให้สามารถประกอบกิจการได้มากขึ้น ใช้ผลผลิตในประเทศได้มากขึ้น นอกจากนี้จะขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการตั้งโรงงานเพิ่มเติม เพื่อยกระดับเขตเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเหตุรุนแรงให้ดีขึ้นไปพร้อมๆกับการรักษาความมั่นคง การพัฒนา การสร้างความเข้าใจ ซึ่งตนคิดว่าในเวลานี้ จะต้องขับเคลื่อนในภาพรวมให้ได้โดยเร่งรัดที่สุด

นายกฯ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นตนจะเข้าร่วมงานรำลึก 10 ปี เหตุการณ์สึนามิ ที่เรายังคงมีความเสียใจอยู่ โดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิต ครอบครัวผู้สูญหาย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เราจะไปรำลึกถึง และห่วงใยต่อผู้ที่ยังอยู่ให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยต่อไป โดยเอาบทเรียนประสบการณ์ต่างๆ เหล่านั้นมาสร้างระบบของเราขึ้นมาให้ได้ โดยเฉพาะการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนภัย และแผนเผชิญเหตุต่างๆ รวมไปถึงแผนการฟื้นฟู ซึ่งต้องมีหลายอย่างด้วยกัน ตนคิดว่าวันนี้เราเรียนรู้มามากแล้ว ปัญหาทุกอย่างของประเทศนั้นมีสาเหตุ มีบ่อเกิดจากหลายอย่างด้วยกัน ถ้าเราแก้ที่ต้นเหตุได้ ปลายเหตุเราสามารถระวังป้องกันได้ ส่วนราชการทุกส่วนให้ความร่วมมือกัน ช่วยกันแก้ปัญหาก็จะจบไปได้ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยังไม่ช่วยกันก็ไม่ได้


“ เรียนอีกครั้งว่า วันนี้ข้าราชการและรัฐบาลพยายามทำเต็มที่ นโยบายสั่งการไปอย่างละเอียดทุกเรื่อง ปัญหาอยู่ที่ว่าต้องร่วมมือกัน ถ้าท่านจะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเรา ผมไม่ว่า แต่ให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ ในทางแนะนำ แต่ขณะเดียวกันต้องบอกให้ประชาชนหรือภาคเอกชนร่วมมือกับเราด้วย และขอร้องให้ผู้ที่ขัดขวาง มาพูดในช่องทางที่คุยกันรู้เรื่อง มันจะได้แก้ปัญหากันได้ตรงจุดสักที หากรัฐบาลทำไม่ถูกต้อง ก็ตำหนิรัฐบาล แต่ในส่วนไหนที่มันดี ถ้าประชาชนไม่ร่วมมือ ท่านก็ต้องเตือนประชาชน ให้ความร่วมมือ หรือใครที่ขัดขวาง ขัดแย้งอยู่ก็มาร่วมมือซะ เพื่อแก้ปัญหาให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถแก้อะไรได้ สั่งการอะไรไปก็ทำไม่ได้ ต้องช่วยผมด้วย” นายกฯกล่าว


เมื่อถามว่า ในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้นายกฯได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้ให้เตรียมการตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ปัญหาคือตอนนี้ฝนไม่ตกเป็นปกติ ปกติแล้วปริมาณน้ำฝนทั้งปีอยู่ที่ 1,500 มิลลิเมตร แต่ขณะนี้ 10 วัน ตกอยู่ที่ปริมาณ 1,000 มิลลิเมตร และมีแนวโน้มที่จะตกเพิ่มขึ้นอีก และแผนที่อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุว่ามีมรสุมเข้ามาทำให้ฝนตก เมื่อมรสุมหมดไปก็เกิดอากาศหนาวที่เป็นความต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงอากาศที่ทั่วโลกมีความเป็นห่วง นับวันก็ยิ่งมากขึ้น เพราะทุกวันนี้เราใช้ทรัพยากรมาก ป่าไม้ก็ลดลง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้คาดการณ์ไว้ จึงได้เตรียมระบบแจ้งเตือน เฝ้าระวัง ป้องกัน

นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้สั่งการเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น น้ำลดแล้ว จะต้องเก็บน้ำไว้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้น้ำไหลไปหมด โดยได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เมื่อฝนตกเกินปริมาณ ต้องมีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ถ้าใครทำไม่ได้ก็ต้องมีการตรวจสอบไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหาให้ได้ภายใน 1 ปี แต่คงแก้ไม่ได้ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ได้ทำมานาน และมาเริ่มดำเนินการเมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้แสดงความเป็นห่วงไปยังต่างประเทศ ที่วันนี้มีหลายประเทศประสบความเดือดร้อนเรื่องภัยพิบัติ ทั้งประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย โดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งจะพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง อาจจะส่งของไปช่วยเหลือ เพราะมาเลเซียประสบปัญหาหนักกว่าไทย มีฝนตกมากกว่า หลายพื้นที่ต้องอพยพคนกว่าแสนคน ซึ่งเราต้องดูแลซึ่งกันและกัน เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อย่างที่บอกว่าอาเซียนต้องเข้มแข็ง ถ้ามีสุขก็ต้องสุขด้วยกัน มีทุกข์ก็ต้องทุกข์ด้วยกัน เราเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน

เมื่อถามถึง อาการป่วยว่าหายดีขึ้นหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า "ถ้าคนไทยยังไม่มีความสุข ก็ป่วยอยู่แบบนี้ จะหายพร้อมกับคนไทย ยังไหว สู้ได้"

อย่างไรก็ตาม สำหรับกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกฯจะเดินทางถึงหมวดบินเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัย จาก พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาค 4 และนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จากนั้นเดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลนานาค อ.ตากใบ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการออกหน่วยให้ความช่วยเหลือ ทั้งการซ่อมแซม ยานพาหนะ การผลิตน้ำดื่ม และครัวเคลื่อนที่ พบปะให้กำลังประชาชน พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือให้ประชาชน

จากนั้นเวลา 12.30 น. นายกฯจะเดินทางกลับมายังหมวดบินเฉพาะกิจภาคใต้ เพื่อประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ และในช่วงบ่ายนายกฯเดินทางออกจาก จ.นราธิวาส ไปยังอนุสรณ์สถานสินามิ เรือ ต.813 อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เวลา 17.30 น. เพื่อร่วมงานรำลึก 10 ปี เหตุการณ์สึนามิ ทั้งนี้ นายกฯ ร่วมวางพวงมาลาร่วมจุดเทียนแสดงความรำลึก และเยี่ยมชมนิทรรศการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และสาธิตอุปกรณ์กู้ภัย ซึ่งงานดังกล่าวจะมีผู้แทนพิเศษจากรองเลขาธิการสหประชาชาติ คณะทูตานุทูต ก่อนจะเดินทางกลับ ถึงกทม.ในเวลาประมาณ 21.30 น.

ภาพ @Prachaya_Ice

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท