posttoday
ละคร TV เบ่งบานในจีน

ละคร TV เบ่งบานในจีน

25 ธันวาคม 2557

คุณ TAKA HAYAKAWA โปรดิวเซอร์ใหญ่ของฟูจิ TV network อธิบายให้พวกเราฟังที่โตเกียวเมื่อเดือนก่อนว่า กระแสของละครญี่ปุ่นในทีวีมีการเติบโตขึ้น แม้จะยังไล่ไม่ทันขนาดตลาดที่เคยมีอยู่เดิมทางจอทีวีของการ์ตูนญี่ปุ่นอีกเป็นเท่าตัว แต่สถิติในทีวีญี่ปุ่นก็บอกว่า รายการการ์ตูนในจอทีวีที่ครองสัดส่วนอยู่เกิน 60% บัดนี้ลดลงมาเหลือ 40% นิดๆ

คุณ TAKA HAYAKAWA โปรดิวเซอร์ใหญ่ของฟูจิ TV network อธิบายให้พวกเราฟังที่โตเกียวเมื่อเดือนก่อนว่า กระแสของละครญี่ปุ่นในทีวีมีการเติบโตขึ้น แม้จะยังไล่ไม่ทันขนาดตลาดที่เคยมีอยู่เดิมทางจอทีวีของการ์ตูนญี่ปุ่นอีกเป็นเท่าตัว แต่สถิติในทีวีญี่ปุ่นก็บอกว่า รายการการ์ตูนในจอทีวีที่ครองสัดส่วนอยู่เกิน 60% บัดนี้ลดลงมาเหลือ 40% นิดๆ

ส่วนละครทีวีญี่ปุ่นได้ก้าวขึ้นมาจาก 10% ของเวลาสถานีไปสู่ 25% และกำลังเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยแสดงสถิติตั้งแต่ 2007 จนถึง 2012

ข้อวิเคราะห์ของคุณ TAKA มีสองประการ

อย่างแรก กลุ่มผู้ชมการ์ตูนแอนิเมชั่นในญี่ปุ่น แบ่งสาขากันยิบย่อยมากขึ้น อย่าลืมครับว่า คนญี่ปุ่นที่ดูการ์ตูนแอนิเมชั่นไม่ใช่มีแต่เด็กนะครับ นั่นเป็นวัฒนธรรมอเมริกัน หนังมีให้ผู้ใหญ่ชม ส่วนเด็กดูการ์ตูน

คนไทยเองก็มีวิธีคิดแบบอเมริกัน (เพราะถูกอิทธิพลสื่อแบบอเมริกันครอบไว้ตั้งแต่ยุคสงครามอินโดจีน) คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกับการ์ตูนแอนิเมชั่นมานาน ย้อนไปถึงยุคสงครามโลกครั้งที่สองด้วยซ้ำ เพราะวัตถุดิบมีจำกัดในการทำภาพยนตร์ โดยเฉพาะในยามรบทัพจับศึก ถือกล้องถ่ายหนังไปถ่าย เผลอๆ จะถูกมองว่าเป็นสปายเสียอีก กล้องและฟิล์มก็ถือเป็นยุทธปัจจัยในเวลาอย่างนั้น

แต่ตลาดการบริโภคข่าวสาร ความรู้และบันเทิงของญี่ปุ่น หยั่งรากมานับร้อยๆ ปี นักวาดการ์ตูนจึงมีบทบาทเด่นขึ้นมา และกลายเป็นสื่อสาระที่สังคมทุกวัยในญี่ปุ่น เรียนรู้ที่จะเสพ เพราะการเขียนการอ่าน อาจมีข้ออุปสรรคอยู่บ้าง แต่ภาษาภาพทำให้สื่ออารมณ์ได้เร็ว ลึก และลดความเป็นทางการลง

ธรรมเนียมญี่ปุ่นมีความสุภาพและเป็นทางการสูง วัฒนธรรมแอนิเมชั่น จึงเป็นความยืดหยุ่นที่ช่วยทำให้จินตนาการต่างๆ เข้ามาเชื่อมชีวิตได้ดีขึ้น เชื่อมสังคมที่ชายเป็นใหญ่ให้มีมโนภาพย้อนแย้ง เกิดมุมอ่อนโยนในความสัมพันธ์ของชายหญิงได้มากขึ้นนิดหนึ่ง และเป็นเครื่องมือระหว่างประเทศทางวัฒนธรรมที่ญี่ปุ่น ส่งออกไปสอดแทรกในต่างประเทศได้รวดเร็ว

รายชิ้นสินค้าจากการ์ตูน ย่อมเยากว่าเครื่องไฟฟ้า แต่เมื่อรวมจำนวนที่จำหน่ายได้ ต้องถือว่าสูงลิบ เพราะไม่มีวัตถุดิบอื่นใดที่ต้องสูญเสีย มีแต่การผลิตซ้ำทางการพิมพ์ หรือขายลิขสิทธิ์เป็นรายๆ ไป

กล่าวได้ว่า...ยุคที่เครื่องไฟฟ้าของญี่ปุ่นครองโลก ในนามของความทันสมัยนั้น แอนิเมชั่นญี่ปุ่นก็เป็นบันเทิงราคาเยาที่เข้าใจง่ายสร้างความสดใสไปทั่วโลกเหมือนกัน

ส่งเสริมกันไปมา...ดีมั้ยครับ

วอลท์ ดิสนีย์มีตัวตนในฐานะผู้ผลิตแอนิเมชั่นเจ้าใหญ่ แต่ชื่อบริษัทผลิตแอนิเมชั่นญี่ปุ่นนั้น มีคนรู้จักน้อยกว่ามาก ยกเว้นแฟนแอนิเมะจริงๆ จึงจะเรียกชื่อได้ถูก

คุณ TAKA อธิบายเหตุผลที่สองว่า ตลาดดิจิทัล วิดีโอคอนเทนต์ของโลกโตขึ้นเร็วมากๆ และเชื่อว่ามูลค่าของมันใกล้ถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

สถานีฟูจิทีวี เคยขายรายการเข้าไปออกอากาศในทีวีของจีนแผ่นดินใหญ่ได้ 16 รายการ เมื่อปี 2010 แล้วลดเหลือ 10 รายการ จากนั้นร่วงเป็น 0 ในปี 2012 เพราะมีปัญหาการเมืองระหว่างประเทศกระทบกระทั่งกัน ทำให้สถานีโทรทัศน์ในจีนซึ่งต้องเหลือบมองสัญญาณของปักกิ่ง ตัดสินใจงดรับรายการญี่ปุ่นมาออกอากาศ

แต่พอการออกคอนเทนต์สาระบันเทิง กระทั่งผ่านระบบดิจิทัลเท่านั้นแหละ คุณ TAKA ขยายความว่า สามารถเปิดเว็บในจีนแล้วถ่ายทอดรายการเสียเลย ยอดรายการทีวีของฟูจิกระโดดจาก 0 เป็น 14 เรื่อง ในปี 2013 และทะยานไปเป็น 27 เรื่องในปี 2014 คือปีนี้

ดูได้ทางมือถือ ดูได้ทางแท็บเล็ต ดูได้ทางจอทีวีดิจิทัลออนไลน์ ส่งตรงถึงผู้รับชมไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างสถานีทีวีดั้งเดิมที่ต้องมีการถ่ายทอดทวนสัญญาณ!

แผนขั้นต่อไป ฟูจิทีวี จะร่วมทุนกับทีวีจีน ลงทุนผลิตสื่อสาระ และบันเทิงด้วยกันเป็นโปรเจกต์ๆ ก่อน เพราะนี่จะทำให้รายการที่ผลิตขึ้นมามี 2 สัญชาติ ทุน 2 สัญชาติโปรดิวเซอร์ 2 สัญชาติ เนื้อหาและเรื่องราวสามารถฝ่าด่านกฎระเบียบที่มีไว้กีดกันสื่อสาระจากต่างประเทศ...แม้แต่จากชาติคู่ปรับทางประวัติศาสตร์ อย่างคู่นี้ก็เถอะ...

รายการทีวีละครไทยเป็นที่นิยมในจีนมาเกือบ 5-6 ปีแล้ว ปีนี้วงการหนังไทย กับวงการหนังจีนก็กำลังเชื่อมกันทำ Co-Production สร้างหนังร่วมทุนกันราว 8 เรื่อง ปีหน้าคงได้เห็นผลผลิตออกมาให้ได้ติชมกัน

ดาราไทยมีตัวตนในจีนพอดูนะครับ...ไหนๆ ปีหน้ากรมสรรพากรก็เปลี่ยนแปลงระเบียบ ไม่ให้คณะบุคคล มาแบ่งรับรายได้ เพื่อเฉลี่ยอัตราภาษีเงินได้อย่างที่เคยแล้ว ค่ายต่างๆ น่าจะจัดอบรมภาษาให้ดาราไทยใช้ภาษาจีนให้เป็น อบรมสร้างคนเขียนบทให้รู้จักจีนอีกหน่อย...ถ่ายทอดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กค่ายจีนเป็นภาษาจีนเสียเลย

ทีนี้ทั้งสินค้า ทั้งบริการ และดาราไทย ก็จะทะลุทะลวงเข้าถึงผู้ชมในตลาดนับพันล้านคน กินได้ไม่หมดเลยครับ ทั้งยังไม่มีกฎระเบียบหยุมหยิมเหมือนเอาหนังเข้าโรงฉายในจีนด้วย

ค่าพัฒนาให้ดาราไทยพูดจีนได้ใช้เวลาสัก 1 ปี ส่งไปเก็บตัวในจีนแบบโครงการแลกเปลี่ยน เป็นการลงทุนที่น่าจะคุ้มและน่าจะไปโลดนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท