posttoday
กมธ.ยกร่างฯเคาะใช้เลือกตั้งแบบเยอรมันสส.450คน

กมธ.ยกร่างฯเคาะใช้เลือกตั้งแบบเยอรมันสส.450คน

24 ธันวาคม 2557

กมธ.ยกร่างฯ สรุปใช้ระบบเลือกตั้งเยอรมันมี สส. 450คน แบ่งเขตและสัดส่วนป้องกันเสียงข้างมากคุมสภา คาดพรรคเล็กเข้าสภาเพิ่มมากขึ้น

กมธ.ยกร่างฯ สรุปใช้ระบบเลือกตั้งเยอรมันมี สส. 450คน แบ่งเขตและสัดส่วนป้องกันเสียงข้างมากคุมสภา คาดพรรคเล็กเข้าสภาเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า คณะกมธ.ยกร่างฯ มีความเห็นร่วมกันที่จะใช้ระบบการเลือกตั้งสส.แบบสัดส่วนผสม โดยกำหนดให้มีสส.จำนวน 450 คน แบ่งเป็นระบบเขตเลือกตั้ง 250 คนและระบบสัดส่วน 200 คน พร้อมกับกำหนดให้ผู้สมัครสส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนผู้สมัครสส.รวมกลุ่มกันสมัครสส.ได้ด้วยเพื่อให้เกิดความอิสระอย่างแท้จริง โดยประเทศในโลกที่มีการใช้ระบบเลือกตั้งแบบนี้มีจำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ เยอรมัน อิตาลี ฮังการี แอลเบเนีย เลโซโท เม็กซิโก นิวซีแลนด์ โบลิเวีย และเวเนซุเอลา

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า การเลือกใช้ระบบนี้เพราะให้มีความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ที่ควรมีทั้งผู้แทนที่เป็นผู้แทนของประชาชนในเขตจังหวัดหรือการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ซึ่งคำนึงถึงเสียงสะท้อนของประชาชนอย่างแท้จริง ทุกคะแนนเสียงได้ถูกนับไปในการกำหนดบุคคลที่จะเป็นสส. ทำให้คะแนนเสียงของประชาชนไม่สูญเปล่า พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองขนาดเล็กและกลางก็สามารถมีตัวแทนเข้าไปอยู่ในสภาได้ โดยกระบวนการของการคิดคำนวณสส. คือ การคิดตามคะแนนจริงที่ประชาชนลงให้กับแต่ละพรรค และนำไปคำนวณกับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้ได้จำนวนสส.ตามความต้องการของประชาชน

“ยกตัวอย่างเช่น หากพรรคการเมืองใดได้คะแนนของระบบสัดส่วนคิดเป็น 10 % เท่ากับจะได้จำนวนสส. 45 คน โดยถ้าพรรคยังได้สส.แบ่งเขตไม่ถึง 45 คน ก็จะนำจำนวนสส.ระบบสัดส่วนมาเติมให้ได้ครบ 45 คน แต่ในทางกลับกันถ้าพรรคนี้ได้สส.ระบบแบ่งเขตเกิน 45 คนแล้วก็จะไม่มีการเพิ่มสส.จากระบบสัดส่วนให้อีก อย่างไรก็ตาม ระบบการเลือกตั้งลักษณะนี้อาจทำให้มีสส.เกิน 450 คน เพราะมีสาเหตุจากการที่พรรคการเมืองได้สส.ระบบเขตเลือกตั้งจำนวนมาก”พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับสส.ระบบแบ่งเขตนั้นที่ประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯยังไม่ได้สรุปว่าจะเป็นแบบใด แต่เท่าที่ฟังการอภิปรายของคณะกมธ.ยกร่างฯพบว่าส่วนใหญ่สนับสนุนแนวทางการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวส่วนสส.ประเภทสัดส่วนในเบื้องต้นอาจแบ่งเป็นพื้นที่ 8 ส่วน โดยคำนึงถึงภูมิภาคที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช่น ภาคอีสานตอนเหนือ อีสานตอนล่าง เป็นต้น เพื่อให้ผู้สมัครสส.สะท้อนถึงพื้นที่และความต้องการของประชาชน ซึ่งจะคล้ายกับระบบเลือกตั้งสส.ระบบสัดส่วนตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550

“ไม่ได้มีเจตนาทำให้การเมืองอ่อนแอ แต่ไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็งเกินไปจนถูกตรวจสอบไม่ได้ ถ้ามีพรรคการเมืองใหญ่มากๆมีสส.เกินครึ่งหนึ่งไปตั้งรัฐบาลจะทำให้เสียงของฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนมาก เพราะทำตามสิ่งที่รัฐบาลต้องการ ดังนั้น รูปแบบนี้จะทำให้การตรวจสอบสามารถทำได้ ซึ่งอาจมีรัฐบาลผสมประมาณ 2-3 พรรค เพื่อให้มีเสียงในสภาเกิน 60 % ในอดีตก็มีรัฐบาลผสมมาแล้ว และการให้มีพรรคเล็กมีสส.เข้าสภาพรรคละ 3-4 คน จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับภาคประชาสังคมให้มีสิทธิมีเสียงในสภา ดีกว่าอยู่บนถนน”พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับกระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีทางคณะกมธ.ยกร่างฯยังไม่ได้สรุปว่านายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นสส.หรือไม่ แต่ในเบื้องต้นเห็นว่านายกรัฐมนตรียังคงมีอำนาจเลือกรัฐมนตรีตามเดิม โดยมีข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีต้องทำบัญชีรายชื่อรัฐมนตรีเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็น แต่ยังไม่มีการสรุปว่าจะใช้แนวทางนี้หรือไม่แต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท