
เล็งตั้งแบงก์ออฟไชน่าเปิดเคลียริ่งเงินหยวนในไทย
คาดให้แบงก์ออฟไชน่า ตั้งศูนย์เคลียร์เงินหยวนในไทย พร้อมจับมือ ตลท. หนุนตลาดทุนสู่สากล
คาดให้แบงก์ออฟไชน่า ตั้งศูนย์เคลียร์เงินหยวนในไทย พร้อมจับมือ ตลท. หนุนตลาดทุนสู่สากล
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คาดว่าทางการจีนจะแต่งตั้งให้ ธนาคารแห่งประเทศจีน (แบงก์ออฟไชน่า) เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวน (เคลียริ่งแบงก์) ในประเทศไทย เพื่อรองรับการทำธุรกรรมด้วยเงินหยวน หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจจัดตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวนระหว่างสองประเทศ
การตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวนจะช่วยให้ผู้ประกอบการค้าขาย โดยเฉพาะการส่งออกและนำเข้ากับจีน สามารถเปิดหนังสือค้ำประกัน (แอลซี) ในสกุลเงินหยวนได้ ผู้ประกอบการสามารถนำเงินหยวนมาแลกเงินบาท หรือนำบาทไปแลกหยวนได้ทันที จากเดิมที่ต้องนำเงินไปแลกเปลี่ยนที่ฮ่องกงหรือสิงคโปร์
ทั้งนี้ ทางการจีนได้ผลักดันการตั้งเคลียริ่งแบงก์ขึ้นใน 7 ประเทศทั่วโลกในปีนี้ และเพิ่งลงนามเอ็มโอยูกับมาเลเซียไปเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหนุนการใช้เงินหยวนในเอเชีย ขณะที่ในไทยนั้นแม้จะมีการใช้เงินหยวนในการชำระสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีสัดส่วนไม่ถึง 1% บนมูลค่าการค้าไทย-จีน
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การเปิดเคลียริ่งแบงก์ถือเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการใช้เงินหยวนในไทยให้มากขึ้น คาดว่าจะช่วยให้มีการใช้เงินหยวนชำระสินค้าและบริการในไทยเพิ่มขึ้น นอกจากเงินสกุลหลักอื่นๆ แต่คงไม่สามารถเห็นผลในเวลาอันรวดเร็ว เพราะต้องขึ้นอยู่กับการผลักดันภาคเอกชนจีนเช่นกัน
“เงินหยวนได้รับความสนใจมากขึ้น และการที่มีนักท่องเที่ยวจีนมากก็ช่วยให้มีสภาพคล่องเงินหยวนสูงขึ้นด้วย แต่รัฐบาลจีนยังต้องใช้มาตรการจูงใจพิเศษ เพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการต่างชาติหันมาใช้เงินหยวน” นายเบญจรงค์ กล่าว
ด้านนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลท.ได้ลงนามเอ็มโอยูกับแบงก์ออฟไชน่า เพื่อร่วมมือขยายการรับรู้เกี่ยวกับภาคตลาดทุนไทยไปยังกลุ่มผู้ลงทุนจีน การนำบริษัทจีนเข้ามาจดทะเบียนในตลาดทุนไทย รวมทั้งการส่งเสริมการจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกันระหว่างไทยและจีน







