
ปรองดองด้วย
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ถึงนโยบายปรองดองแห่งชาติไปแล้ว เป็นการถ่ายทอดสดไปทั่วเมืองไทยก็ว่าได้
แผนปรองดองมีกิจกรรมมากมาย แต่ทว่าหลายคนจำไม่ได้หรอกจะมีอะไรบ้าง โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศนโยบายก่อนมหกรรมฟุตบอลโลกเช่นนี้ ความสนใจมันก็กลายไปอยู่ที่ลูกกลมๆ ไปเสียหมด
และนี่แหละ มันจะชี้ขาดความสำเร็จหรือล้มเหลว
เพราะแผนปรองดองแห่งชาติ ความสำเร็จไม่ใช่อยู่ที่รัฐบาล และคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนเสื้อแดง
แต่บรรทัดสุดท้ายอยู่กับคนไทยทั้งประเทศจะเอาหรือไม่เอา
ถ้าไม่เอา ก็เป็นหมัน และคงปิดฉากได้สำหรับรัฐบาลและคนชื่ออภิสิทธิ์
แต่หากคนทั้งชาติเห็นด้วย เมืองไทยก็จะขับเคลื่อนไปอีกแบบ
และการจะทำให้คนไทยเห็นด้วย ก็ต้องสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคมให้เกิดขึ้น ให้เห็นเป็นสิ่งใกล้ตัวทุกคน กลายเป็นกระแสสังคม
ทั้งหมดจะไม่ใช่แค่การออกสื่อ การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์
และสิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือจะต้องทำให้คนไทยเข้าใจแบบง่ายๆ ว่า แผนปรองดองคืออะไร
เพราะตั้งต้นมา แผนปรองดองมีการอธิบายยาวเหยียด ตามด้วยการขมวดปมที่ว่า ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย
แล้วปฏิรูปคืออะไร แล้วจะไปทางไหน?
มันจะกลายเป็นการเสนอข้อมูลหลากมิติ มิกลายเป็นการแปลความเป็นชั้นๆ เป็นขั้นเป็นตอน เป็นละครหลายฉากไม่สิ้นสุดหรือ?
ฟังไป ชักจะเหมือนเพลงผู้ใหญ่ลี หลายสิบปีก่อน ที่มีเนื้อหาผู้ใหญ่ลี เรียกประชุมลูกบ้าน เพราะทางการสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร
ปรากฏเกิดคำถามสุกร คืออะไร ทำเอาผู้ใหญ่ลีต้องลุกขึ้นตอบทันใด สุกรนั้นไซร้คือหมาน้อยธรรมดา
แม้จะเป็นเพลงชวนตลก แต่เมืองไทยก็เคยเกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ โดยหลังเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง คนไทยก็ยังไม่รู้จักประชาธิปไตย
สุดท้ายรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ต้องสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ให้รู้กันไปเลยว่า ประชาธิปไตยต้องใส่พานทองอย่างนี้
หรือเหมือนกับการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ที่วาดรูปคอมมิวนิสต์เป็นยักษ์ เป็นมาร เพื่อให้ชาวบ้านนึกภาพได้ออก
และนี่แหละ ถ้าแผนปรองดองยังไม่มีคำพูดที่ง่ายต่อการสื่อสาร สรุปรวบยอดความคิดได้ทันทีว่า ปรองดองคืออะไร ระวังมันจะกลายเป็นหมาน้อยรุ่นล่าสุด หรืออนุสาวรีย์แบบใหม่ไปได้ง่ายๆ
เริ่มให้ดี ไม่อย่างนั้นจะเข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่







