
สงครามไซเบอร์
เมื่อวานนี้ทางการจีนออกมาติเตือนประเทศที่เปิดฉากโจมตีทางโลกไซเบอร์ หลังจากที่เกิดกระแสภาพยนต์เรื่องดัง “อินเทอร์วิว” ซึ่งมีเนื้อหาล้อเลียนถึงการลอบสังหารผู้นำเกาหลีเหนือ ถูกแฮ็กไปจากบริษัท โซนี พิคเจอร์ส จนกลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐทีเดียว หลังจากที่สหรัฐโวยวายว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการแฮ็กในครั้งนี้
เมื่อวานนี้ทางการจีนออกมาติเตือนประเทศที่เปิดฉากโจมตีทางโลกไซเบอร์ หลังจากที่เกิดกระแสภาพยนต์เรื่องดัง “อินเทอร์วิว” ซึ่งมีเนื้อหาล้อเลียนถึงการลอบสังหารผู้นำเกาหลีเหนือ ถูกแฮ็กไปจากบริษัท โซนี พิคเจอร์ส จนกลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐทีเดียว หลังจากที่สหรัฐโวยวายว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการแฮ็กในครั้งนี้
แต่กระนั้น จีนไม่ได้พูดตรงๆ ว่า “เกาหลีเหนือ” เป็นคนทำ แต่ก็ออกมาติเตียนหลังจากที่มีข้อมูลว่าผู้โจมตีนั้นได้ใช้เซิร์ฟเวอร์ในจีนเปิดฉากแฮ็กข้อมูล
พูดถึงเรื่องสงครามไซเบอร์ หรือ cyberwar นั้นนับว่าไม่ใช่ปมปัญหาใหม่แต่อย่างใด เพราะจีนและสหรัฐเองที่ผ่านมาก็เกิดการกระทบกระทั่งกันมาหลายต่อหลายครั้งเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ถือเป็นการปะทะกันแบบฉบับโลกยุคใหม่ที่อาศัยการโจมตีทางอินเทอร์เน็ต จีนก็ถูกสหรัฐกล่าวหาว่าเปิดฉากโจมตีทางโลกไซเบอร์ล้วงข้อมูลไปมากมาย จีนก็ตอบโต้ว่าสหรัฐเองก็ทำเหมือนกัน
ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่า สงครามยุคใหม่นั้นไม่ได้เป็นการยิงอาวุุธใส่กัน แต่เป็นการล้วงข้อมูลผ่านโลกออนไลน์นี่เอง
เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานี้เอง เจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอ ออกมาแฉผ่านรายการ 60 มินิตส์ ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐนั้นต้องพบกับความเสียหายทางธุรกิจนับพันๆ ล้านดอลลาร์ จากการตกเป็นเหยื่อถูกล้วงข้อมูลจากจีน
โคเมย์ บอกว่า เกือบจะทุกบริษัทขนาดใหญ่ในอเมริกานั้นล้วนแต่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของแฮ็กเกอร์ของจีนทั้งนั้น โดยกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ถูกโจมตีนั้นแบ่งออกเป็นได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่รู้ตัว และอีกกลุ่มคือกลุ่มที่ถูกล้วงข้อมูลโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งไปกว่านั้น โคเมย์ บอกด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารของจีนที่เกี่ยวข้องกับการแฮ็กข้อมูลในสหรัฐ ซึ่งข้อมูลที่ถูกล้วงส่วนใหญ่จะเป็นความลับทางการค้า เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจให้กับบริษัทที่ดำเนินการโดนทางการจีนเอง
แต่กระนั้น ในขณะที่สหรัฐบอกว่าถูกแฮ็กเกอร์จากจีนโจมตีอยู่บ่อยๆ น่าคิดเช่นกันครับ ว่าสหรัฐเองก็ใช้วิธีนี้ด้วยเช่นกันหรือไม่ ในฐานะที่สหรัฐเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกอยู่ในขณะนี้
นับวันที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคไซเบอร์ การทำสงครามล้วงข้อมูลความลับผ่านโลกไซเบอร์นั้นกำลังกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
ก็คงต้องขึ้นอยู่ว่า แต่ละประเทศจะให้ความสนใจ หลายๆ ชาติกำลังฉวยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ ทางเศรษฐกิจด้วยการทำสงครามไซเบอร์นั่นเอง
นับวันโลกยิ่งอยู่ยากทุกทีครับ







