posttoday
สื่อนอกตามติดตร. ไทยละเมิดนักท่องเที่ยว

สื่อนอกตามติดตร. ไทยละเมิดนักท่องเที่ยว

23 ธันวาคม 2557

หลังจากที่ แจ็ก แรดคริฟฟ์ นักมานุษยวิทยา ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เขียนบทความลงเอเชียนคอร์เรสปอนเดนท์ สำนักข่าวอิสระแห่งเอเชีย เกี่ยวกับกรณีที่ตำรวจเรียกตรวจนักท่องเที่ยวตามท้องถนนในกรุงเทพฯ  ในลักษณะ "คุกคาม"

หลังจากที่ แจ็ก แรดคริฟฟ์ นักมานุษยวิทยา ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เขียนบทความลงเอเชียนคอร์เรสปอนเดนท์ สำนักข่าวอิสระแห่งเอเชีย เกี่ยวกับกรณีที่ตำรวจเรียกตรวจนักท่องเที่ยวตามท้องถนนในกรุงเทพฯ  ในลักษณะ "คุกคาม"

ก่อนหน้านี้ แรดคริฟฟ์ รายงานว่า ชาวต่างชาติได้รวมตัวกันในกลุ่มเฟซบุ๊กลับเกือบ 800 คน เพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับการคุกคามของตำรวจที่มีต่อชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยวก็ตาม โดยเฉพาะในย่านทองหล่อจนไปถึงอโศก ที่มักพบกรณีคุกคามชาวต่างชาติมากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น การตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวกลางที่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งการข่มขู่ให้ต้องจ่ายค่าปรับ โดยแรดคริฟฟ์ให้คำแนะนำไว้ 3 ข้อ คือ ข้อแรกให้พกหนังสือเดินทางฉบับจริงไว้ตลอดเวลา ข้อที่สอง ให้ขอตรวจปัสสาวะที่สถานีตำรวจ และข้อที่สาม หากสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อการทุจริตในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้

ล่าสุด นักมานุษยวิทยาคนดังกล่าวได้รายงานความคืบหน้าว่า หลังจากที่กรณีดังกล่าวเริ่มโด่งดังในหมู่ชาวต่างชาติ สื่อต่างประเทศหลายสำนักได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวไปบอกกล่าว และทางไทยก็ตอบรับว่าจะจัดการเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ แรดคริฟฟ์ ยังได้ระบุว่า ทางไทยได้ให้ความกระจ่างต่อกรณีคุกคามชาวต่างชาติไว้ดังต่อไปนี้

ประการแรก หนังสือเดินทางสามารถใช้ตัวสำเนาได้ หากตัวสำเนาดังกล่าวแสดงหนังสือเดินทางทั้งหน้าและหลัง รวมถึงมีสำเนาของหน้าที่ระบุตัวตนของชาวต่างชาติและหน้าที่แสดงวีซ่าเดินทาง

ประการที่สอง การตรวจปัสสาวะต้องทำที่สถานีตำรวจเท่านั้น ไม่มีการตรวจในที่สาธารณะ เช่น ข้างถนน

ประการที่สาม เหตุผลในเรียกตรวจของตำรวจไทย เป็นไปเพื่อการตรวจหาสารเสพติด โดยจะสงสัยบุคคลใดๆ ที่มีลักษณะท่าทางตื่นกลัวหรือน่าสงสัย เมื่อเดินผ่านตำรวจ

แรดคริฟฟ์ แนะนำว่า ถ้าหากพูดคุยหรือทำตัวเป็นปกติได้ จะไม่มีปัญหาใดๆ ตามมา โดยระหว่างการตรวจหาสารเสพติด ทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือชาวต่างชาติ ต้องสุภาพต่อกันและกัน

ประการที่สี่ การเรียกตรวจตามกฎหมาย ต้องกระทำในจุดตรวจที่มีสัญญาณไฟ ป้าย และยศของตำรวจเท่านั้น

ประการที่ห้า หากถูกยึดโทรศัพท์ไปเพื่อตรวจสอบ และไม่พบหลักฐานอาชญากรรมใดๆ บันทึกอยู่ในโทรศัพท์ ทางตำรวจต้องส่งคืนโทรศัพท์มือถือให้กับบุคคลนั้นๆ รวมถึงทางตำรวจต้องมีเหตุผลเพียงพอในการขอเรียกตรวจโทรศัพท์อีกด้วย

ประการสุดท้าย การบันทึกวิดีโอตำรวจขณะถูกเรียกตรวจกลางที่สาธารณะสามารถทำได้ โดยตำรวจที่เคยข่มขู่นักท่องเที่ยวระหว่างบันทึกวิดีโอได้ถูกย้ายออกไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม แรดคริฟฟ์ ระบุว่า ในโลกออนไลน์มีการกล่าวหาว่าการคุกคามชาวต่างชาติของตำรวจไทยดังกล่าว เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา รวมถึงมีการกล่าวหาว่าเป็นการกระทำของฝ่ายการเมืองขั้วตรงข้าม โดยความเป็นจริงข่าวลือเรื่องการคุกคามชาวต่างชาติของตำรวจไทยแพร่กระจายมานานหลายปีแล้วต่างหาก

กระนั้นก็ตาม นักมานุษยวิทยาคนดังกล่าว ระบุว่า ชาวต่างชาติเองก็ควรหลีกเลี่ยงการกระทำความผิดใดๆ แม้ว่าความผิดนั้นจะเป็นความผิดฐานลหุโทษในบ้านเกิดของชาวต่างชาตินั้นๆ ก็ตาม เพราะเมื่อผู้ใดกระทำความผิดแล้ว ย่อมต้องได้รับผลที่ตามมา

แม้ว่าขณะนี้การคุกคามชาวต่างชาติดูเหมือนจะสิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นหรือตกเป็นเหยื่อการคุกคามที่เกินรับได้ ชาวต่างชาติสามารถแจ้งเหตุได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1155 สายด่วนนักท่องเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้นชาวต่างชาติเองอย่างน้อยก็ควรพกสำเนาของหนังสือเดินทางเวลาเดินทางไปไหนต่อไหน เผื่อเอาไว้ยามเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมา

บรรยายภาพ : ชาวต่างชาติควรพกพาสปอร์ตหรือสำเนาเวลาอยู่ในประเทศไทย (ที่มา : อีพีเอ)

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ