
"ประวิตร"สั่งดูแลความปลอดภัยปีใหม่
พล.อ.ประวิตรสั่งทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูความปลอดภัยปีใหม่ ด้าน สมช. เผย ยังไม่มีการข่าวก่อเหตุ
พล.อ.ประวิตรสั่งทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูความปลอดภัยปีใหม่ ด้าน สมช. เผย ยังไม่มีการข่าวก่อเหตุ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ชี้แจงก่อนการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณหน่วยงานเกี่ยวข้องที่ร่วมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 5 (GMS Summit 5th)
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้เดินทางอย่างปลอดภัย และขอให้ประชาชนดูแลเรื่องของปัญหาอัคคีภัย ทั้งในห้างสรรพสินค้า อาคาร บ้านเรือน สถานบริการ รวมถึงสถานที่ราชการ เพื่อให้ประชาชนกลับบ้านอย่างมีความสุข
ขณะเดียวกัน ให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติ จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ รวมถึงการเฝ้าระวังอย่าให้มีการฉวยโอกาสต่อประชาชนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อน
อย่างไรก็ตาม มีความรู้สึกปลาบปลื้ม ต่อการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ 2014 โดยได้ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน นักฟุตบอล โค้ช ซึ่งเชื่อว่าหลังปีใหม่ จะมีการเลี้ยงรับรอง และขอบคุณ นักกีฬา และให้กระทรวงท่องเที่ยว และกีฬา ดูแลนักกีฬา
ด้าน นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า ในช่วงดังกล่าวจะมีคนออกมาท่องเที่ยวกันจำนวนมาก โดย พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการช่วยกันดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด รวมถึงการอำนวยความสะดวกสบายให้ประชาชนด้วย
ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานข่าวการก่อเหตุหรือสิ่งบอกเหตุแต่อย่างใด แต่เราจะทำเต็มที่ โดยให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองยังไม่มีอะไร ยังนิ่งอยู่ ตนคิดว่าฝ่ายการเมืองและประชาชนกำลังเฝ้ามองว่าจะมีการปฏิรูปกันอย่างไร บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เชื่อว่าอีก 5 - 10 ปี คงยากเหมือนกันที่จะกลับมาปฏิรูปให้ได้ทุกด้านแบบนี้ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่เรายังเห็นว่ามีข้อบกพร่องอีกเยอะ







