
เชื่อมั่นพ.ค.ดีขึ้นในรอบต้นปี
โพสต์ทูเดย์
— เชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค. ดีขึ้นในรอบ 4 เดือน หลังการเมืองคลี่คลาย มหาวิทยาลัยหอการค้าชี้ เป็นเพียงความหวัง ไม่สะท้อนเศรษฐกิจดีขึ้นจริง แนะรัฐเร่งไทยเข้มแข็ง ดูแลค่าบาทและดอกเบี้ยนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 2,222 คน เกี่ยวกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค. 2553 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกือบทุกรายการปรับตัวดีขึ้นในรอบ 4 เดือน ยกเว้นความเชื่อมั่นปัจจุบัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (CCI) เดือน พ.ค. อยู่ที่ 75.5 เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. 75
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน 61.3 ลดจาก 61.8 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต 79.4 เพิ่มจาก 78.4 ส่วนดัชนีเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 67.6 เพิ่มจาก 67.2 ดัชนีเชื่อมั่นโอกาสหางาน 66.9 เพิ่มจาก 66.5 และดัชนี เชื่อมั่นรายได้ในอนาคต 92.1 เพิ่มจาก 91.2
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นเกือบทุกรายการปรับตัวดีขึ้นในรอบ 4 เดือน มาจากความวุ่นวายทางการเมืองคลี่คลาย หลังการปฏิบัติการกระชับพื้นที่ของรัฐบาล ส่งผลต่อจิตวิทยาเชิงบวก ว่าการเมืองไทยจะมีเสถียรภาพมากขึ้น หากแผนปรองดองแห่งชาติของรัฐบาลประสบความสำเร็จ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัว 12% สูงสุดในรอบ 15 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 4.35.8% ระดับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศลดลง โครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเริ่มมีเงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายลง แต่ประชาชนยังไม่วางใจจะมีเสถียรภาพ จึงทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน ยังลดลงอยู่ 0.5 จุด แต่ก็หวังว่าในอนาคตการเมืองจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ทิศทางสถานการณ์ต่างๆในอนาคต หรืออีก 6 เดือนข้างหน้าจึงดีขึ้น โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านรายได้ การจ้างงาน และเศรษฐกิจในอนาคต แต่ก็ยังไม่มากนัก หากสถานการณ์ทางการเมืองและปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งปัจจัยลบต่างๆไม่คลี่คลายลงในระยะเวลาสั้น เชื่อว่าดัชนีเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอาจปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องได้อีก ดังนั้น สถานการณ์การเมืองจึงยังเป็นปัจจัยครอบคลุมความเชื่อมั่นประชาชนอยู่
“
แม้ดัชนีความเชื่อมั่นจะปรับดีขึ้น แต่ไม่ได้สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นจริง เพราะการจ้างงานยังไม่ดีขึ้น อีกทั้งเมื่อสอบถามประชาชนเกี่ยวความสุขในการใช้ชีวิตพบค่าดัชนีมีค่าต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่หากรัฐบาลสามารถทำให้แผนปรองดองแห่งชาติบรรลุสำเร็จ และการเมืองมีเสถียรภาพ จะทำให้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นได้อีก”นายธวรรธน์ กล่าวว่า ส่วนการบริโภค ขณะนี้ยังคงทรงตัวจนถึงไตรมาส 3 แต่จะดีขึ้นตามสถานการณ์นักท่องเที่ยว และการส่งออกสินค้าไทย ที่คาดจะดีขึ้นในไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม ต้องการให้รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งอย่างรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้า ดูแลปัญหาภัยแล้ง และราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพ ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้อ่อนค่าเกิน 32.5 บาท/เหรียญสหรัฐ และตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.25% ตลอดทั้งปีนี้ นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 4 ชุด เพื่อช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ภายหลังความวุ่นวายการเมืองคลี่คลายลงแล้วประกอบด้วย คณะกรรมการยุติความแตกแยกของสังคมไทย มีนายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นประธาน คณะกรรมการลดความเหลื่อมล้ำด้านการกระจายรายได้ มีนายคมสัน โอภาสสถาวร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นประธาน คณะกรรมการสนับสนุนให้คนไทยใช้ของไทย และเที่ยวไทย มีนายฉัตรชัย บุญรัตน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นประธาน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการคอรัปชันในทุกระดับ มีนายนันเดอร์ จี. ฟอน เดอ ลูเฮ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นประธาน
สำหรับคณะกรรมการทั้ง 4 ชุด จะต้องกำหนดแผนปฏิบัติการในด้านต่างๆ ออกมาอย่างชัดเจน และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ให้เสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาสังคม ลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ ซึ่งเราคงต้องทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยด้วย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และแก้ปัญหาประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน โดยหอการค้าไทย จะรายงานการจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ได้รับทราบ







