
มติสปช.เสนอรัฐบาล ดันตั้งกองทุนการออม
สปช.มีมติเร่งรัดให้รัฐบาลดำเนินงานตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติที่ถูกรัฐบาลชุดก่อนดองเรื่อง
สปช.มีมติเร่งรัดให้รัฐบาลดำเนินงานตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติที่ถูกรัฐบาลชุดก่อนดองเรื่อง
ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 212 เสียง เห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการพิจารณารายงาน หลักประกันความมั่นคงรายได้เพื่อการยังชีพของผู้สูงอายุ โดยเร่งรัดให้รัฐบาลดำเนินงานตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ ตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชนเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส นำเสนอต่อที่ประชุม
ทั้งนี้ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งรัดการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 โดยให้แจ้งต่อ ครม.ให้เร่งปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวทันที นอกจากนี้ยังได้เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลเป็นระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคมฯ เป็นเจ้าภาพดูแลประสานการทำงานกับคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสมาชิกที่มีข้อสังเกตต่อกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายของระบบและการนำไปสู่การปฏิบัติเมื่อมีกฎหมายแล้ว โดยกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานภายใน 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม สมาชิก สปช.ได้สนับสนุนให้รัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ โดยนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิก สปช. เห็นว่าปัจจุบันวัยแรงงานไม่มีหลักประกันว่าจะมีลูกเพื่อดูแลพ่อแม่ในวัยชราได้ หากไม่เร่งปฏิรูปเรื่องนี้ เพื่อออมเงินประกันอนาคตตัวเอง ประเทศจะมีปัญหาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันรัฐควรขยายเวลาเกษียณอายุเป็น 65-70 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับผู้สูงวัยในประเทศที่มีอายุยืนยาวมากขึ้น และสามารถเลือกเกษียณอายุตัวเองได้







