
4 ฝ่ายผนึกกำลังปฏิรูปประเทศ
...ทีมข่าวการเมือง
มมองจากที่ประชุม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนจากภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคธุรกิจ นักวิชาการ สื่อมวลชน ซึ่งได้ประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีถึงการเดินหน้าแผนปรองดองแห่งชาติ ส่วนใหญ่ต่างประสานเสียงขานรับการร่วมปฏิรูปประเทศครั้งนี้
ภาคธุรกิจ : ดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
“เราได้มาตกลงกันว่ามี 4 เรื่องที่เราจะทำ คือ 1.ยุติความแตกแยก และที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ทางหอการค้าจังหวัด สมาคมธนาคาร ก็จะดูว่ามีแผนอะไรที่จะทำให้สอดคล้องในการยุติความขัดแย้ง ซึ่งเราต้องการให้เกิดจากทุกภาคส่วนให้เข้ามามีบทบาท2.ความเลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมให้มีรายได้สูงขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำที่ควรจะอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่บีบให้ต่ำลงไปเรื่อยๆ เพราะความจริงแล้วค่าแรงขั้นต่ำควรจะดีขึ้น 3.เรื่องสถานการณ์ต้องยอมรับว่าคนต่างประเทศจะชะลอการเดินทางมาเมืองไทย ก็เหลือทางเดียวว่าเราจะพัฒนากลไกให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย ใช้ของไทย จะได้มีการใช้สอยในเมืองไทยมากขึ้น ที่สำคัญเรื่องคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่บั่นทอนความเจริญเติบโตของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้เรากำลังทำเป็นแผนทั้งหมดน่าจะเป็นรูปธรรมได้ภายใน 2 เดือน
”ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น :
สานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายกฯ สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย
“
ผมว่าควรทำความเข้าใจกับประชาชนรากหญ้าให้เข้าใจว่ากลไกเศรษฐกิจไทย มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ส่วนความปรองดองที่การเมืองเป็นปัญหาอยู่นั้นน่าจะทำประชาพิจารณ์แก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนปี 2550”ภาควิชาการ :
ประสาท สืบค้า ประธานที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย
“สถาบันอุดมศึกษาจะทำงานร่วมกับสังคมและเชื่อมั่นในพลังการสื่อสารของบุคลากร ที่จะรณรงค์ชี้แจง เพราะชาวบ้านมักเชื่อถือสิ่งที่ต้องดำเนินการ คือมีนิสิตนักศึกษาจำนวนมากที่อยากเข้ามาทำงานด้านนี้ ซึ่งจะมีประโยชน์แน่เพราะนักศึกษาจะนำข่าวสารไปสู่พ่อแม่ผู้ปกครองได้ โดยใช้ความเห็นใจนำไปสู่ความได้ใจ”ภาคสื่อสารมวลชน :
วสันต์ ภัยหลีกลี้ อดีตนายกฯ สมาคมวิทยุและโทรทัศน์ไทย
“องค์กรวิชาชีพสื่อหารือและเห็นพ้องว่าต้องปฏิรูปสื่อ เพราะสื่อเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาและมีส่วนแก้ปัญหา โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ ข้อเสนอคือต้องเร่งรัดปฏิรูปสื่อภาครัฐ การออกกฎหมายลูกเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการวิชาชีพ และเร่งรัดการออก พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ ส่วนสื่อมวลชนนั้นต้องอยู่ในกรอบจริยธรรมว่าอะไรคือสื่อ และอะไรไม่ใช่สื่อ ประชาชนต้องรับสื่อให้กว้างและมีองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคสื่อด้วย”






