posttoday
ภาระภาษีที่คนไทยต้องแบกรับ (ตอนจบ)

ภาระภาษีที่คนไทยต้องแบกรับ (ตอนจบ)

22 ธันวาคม 2557

ความเหลื่อมล้ำทางด้านภาษีอากรในอีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือ ความแตกต่างของภาระภาษีที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่มีฐานะแตกต่างกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวและมีปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องหลายประการด้วยกัน

ความเหลื่อมล้ำทางด้านภาษีอากรในอีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือ ความแตกต่างของภาระภาษีที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่มีฐานะแตกต่างกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวและมีปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องหลายประการด้วยกัน

ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะเคยได้ยิน หรือรับทราบเรื่องราวมากันบ้างแล้วว่า ในระบบเศรษฐกิจไทยนั้นมีช่องโหว่ หรือรูรั่วในการจัดเก็บภาษีมากจนกระทั่งหลายคนเปรียบเปรยว่า คนที่มีฐานะดี มีความมั่งคั่งมาก กลับมีภาระต้องเสียภาษีน้อยกว่าคนที่มีรายได้น้อยกว่า มีความมั่งคั่งน้อยกว่า เพราะมีช่องทางในการหลีกเลี่ยงภาษีได้น้อยกว่า

ในบรรยากาศของการปฏิรูปประเทศอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านภาษีอากร น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้มาประเมินภาระทางภาษีที่ประชาชนในประเทศจะต้องแบกรับกันจริงๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เห็นภาพในทางเศรษฐกิจการคลังที่ชัดเจนมากขึ้นว่าภาระทางภาษีนั้นมันหนักเกินไปแล้วหรือไม่ในคนบางกลุ่ม และในบางกลุ่ม (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่หลีกเลี่ยงได้) กลับแบกรับภาระภาษีน้อยเกินไป

ปัญหาความเหลื่อมล้ำของภาระภาษีอากรนี้ อาจสร้างความเสียหายในเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยที่ดูเหมือนภาระส่วนใหญ่จะมาตกอยู่กับกลุ่มคนชั้นกลาง (หรือกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลาง) ด้วยเหตุผลสำคัญว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีช่องทางในการหลีกเลี่ยงภาษีได้น้อย ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากความแตกต่างของภาระภาษีอากร จึงเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจระหว่าง “คนรวย” (หมายถึงคนที่มีความมั่งคั่งมาก) กับ “คนจน” (หมายถึงคนที่มีความมั่งคั่งน้อย หรือไม่มีเลย)

สำหรับประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ได้มีการขยายตัว
ทางเศรษฐกิจได้ดีจนเป็นที่ยอมรับกันได้ว่า ปัญหาความยากจนได้ถูกขจัดปัดเป่าให้เบาบางลงไปมากพอควรแล้ว แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ในระบบเศรษฐกิจไทยนั้น ดูเหมือนจะเป็นความแตกต่างระหว่างรายได้ของคนระหว่างกลุ่มที่มีระดับความมั่งคั่งต่างๆ กัน คือระหว่างกลุ่มคนที่มีรายได้สูงกับกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางที่มีแนวโน้มจะมีความแตกต่างกันของความมั่งคั่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นรากฐานของปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศต่อไปในอนาคตเพื่อยกระดับเป็นประเทศพัฒนาต่อไป

ดังนั้น จุดสำคัญของการวางแผนโครงสร้างด้านระบบภาษีของประเทศ น่าจะเป็นการสร้างความสมดุลของภาระภาษีของหน่วยเศรษฐกิจต่างๆ และการทำความเข้าใจเหตุผลและหลักสำคัญของการจัดเก็บภาษีแต่ละประเภทให้ชัดเจน ทั้งยังต้องคำนึงถึงผลกระทบอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบรอบด้าน

โดยปกติความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีนั้น จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีฐานในการจัดเก็บที่ชัดเจน เช่น ภาษีเงินได้ก็จะมีฐานภาษีจากเรื่องรายได้เป็นสำคัญ ประชาชนทุกคนที่มีรายได้ถึงระดับที่จะต้องเสียภาษี ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษี หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะมีฐานภาษีเป็นการบริโภค คือเก็บจากการบริโภค ใครก็แล้วแต่ที่เป็นผู้บริโภค ก็จะต้องมีหน้าที่ต้องแบกรับภาษีนั้น ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร เพราะภาษีนั้นเก็บจากการบริโภคจะเห็นได้ว่า ภาษีโดยตัวของมันเอง ถ้ากำหนดฐานภาษีให้ชัด ทำความเข้าใจว่าเหตุผลของการมีฐานภาษีอย่างนั้นคืออะไร ปัญหาในเรื่องความเป็นธรรมก็จะน้อยลงมาก

นอกจากนี้ การพิจารณาถึงประเภทและลักษณะของภาษีอากรที่จะมีการจัดเก็บ (ทั้งภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ฯลฯ) น่าจะได้มีการพิจารณาในเชิงบูรณาการ ในมิติของภาระทางภาษีด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางในการใช้เครื่องมือทางภาษีในการสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท