
ต้นแบบเพื่อพัฒนา
ชัยชนะของทีมชาติไทย ที่คว้าแชมป์ศึกลูกหนัง “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014” กลับคืนมาให้กับประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ด้วยการเอาชนะมาเลเซีย 4-3 ประตู สร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งชาติ
ชัยชนะของทีมชาติไทย ที่คว้าแชมป์ศึกลูกหนัง “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014” กลับคืนมาให้กับประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ด้วยการเอาชนะมาเลเซีย 4-3 ประตู สร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งชาติ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากการคุมทีมของ “ซิโก้” นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งเข้ามาคุมทีมชาติในช่วงที่วงการลูกหนังไทยเกิดปัญหาขึ้นมากมาย แตกแยกออกเป็นฝักฝ่าย แต่ความสำเร็จซึ่งประจักษ์ด้วยผลงานที่ผ่านมาและชัยชนะในครั้งนี้นั้นมาจากการบริหารอย่างมืออาชีพ ให้โอกาสผู้ควบคุมทีมได้ทำหน้าที่อย่างอิสระ โดยไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายใด ถือเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาการกีฬาไทยที่ควรเป็นต้นแบบ
ซิโก้เริ่มทำทีมเยาวชนอายุเฉลี่ย 20 ปี จนสามารถคว้าเหรียญทองซีเกมส์ที่พม่าได้เมื่อปีก่อน ขณะนั้นแม้รูปเกมจะยังไม่สวยมาก แต่ความเป็นระบบและทีมเวิร์กของทีมชาติชุดนี้ก็เริ่มฉายแสงให้เห็นกันบ้างแล้ว
ชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้เห็นได้ว่าทีมชาติไทยชุดนี้เล่นด้วยระเบียบวินัย ไม่มีตุกติกนอกเกม แม้สถานการณ์เพลี่ยงพล้ำก็ยังพยายามตั้งสมาธิและต่อสู้ในเกม จนแม้แต่คู่แข่งก็ยังปรบมือให้ ทำให้ชัยชนะที่ได้มานั้นยิ่งสง่างาม จนอาจกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า ฟุตบอลไทยกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งอาเซียนอีกครั้ง
สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคี การทำงานเป็นทีม ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ดี ถ้าวงการฟุตบอลไทยจะฉวยโอกาสสังคายนา เพื่อช่วยกันพัฒนาอนาคตของฟุตบอลไทยให้ขยับเข้าใกล้ความฝันไปเล่นฟุตบอลโลกเสียที
ในอดีตที่ผ่านมา สมาคมกีฬาต่างๆ บางสมาคมถูกมองอย่างเคลือบแคลงในความโปร่งใส บริหารจัดการแบบเล่นพวกพ้อง ไร้แผนงานการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาและการสร้างทีมในระยะยาว ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่บางยุค บางสมัย จะมีนักกีฬาเพียงบางคนที่ประสบความสำเร็จจากการแข่งขันในระดับภูมิภาค หรือระดับโลก แต่ครั้นพอเปลี่ยนทีมบริหารสมาคม หรือมีนักกีฬารุ่นใหม่ๆ เข้ามาเป็นตัวแทนประเทศ
ผลงานกลับไม่ประสบความสำเร็จ
ความสำเร็จของทีม “ช้างศึก” ที่คว้าชัยเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ในถิ่นของคู่แข่งอย่างงดงามครั้งนี้ จึงถือเป็นต้นแบบที่วงการกีฬาไทยทั้งระบบจะต้องพิจารณาและทบทวนถึงการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ใช่เพียงแต่สมาคมฟุตบอล แต่สมาคมกีฬาอื่นๆ ตลอดจนภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐควรถือเอาชัยชนะครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยน หรือจุดเริ่มต้นที่จะพัฒนาวงการกีฬาไทยให้มีความเป็นมืออาชีพ สร้างนักกีฬาที่มีความสามารถเป็นตัวแทนประเทศ
อย่าพอใจแค่ความสำเร็จในปัจจุบัน เปิดใจรับฟังภาคส่วนต่างๆ ที่เฝ้ามองวงการกีฬาให้มากขึ้น หากทุกภาคส่วนระดมแรง ช่วยกันจริงจัง จริงใจ คนไทยทั้งชาติก็จะร่วมกันให้กำลังใจ นักกีฬาตัวแทนประเทศ อย่างเช่นการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้







