posttoday
ประกันมาตรา 40 ประชานิยม?

ประกันมาตรา 40 ประชานิยม?

22 ธันวาคม 2557

เพราะเหตุใดนโยบายมาตรา 40 ของสำนักงานประกันสังคม จึงได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุอย่างมาก จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้สูงอายุแห่กันมายื่นใบสมัครในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดรับสมัคร จนคนล้นทะลักสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 8 ธ.ค. 2557 ตามที่เป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ

เพราะเหตุใดนโยบายมาตรา 40 ของสำนักงานประกันสังคม จึงได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุอย่างมาก จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้สูงอายุแห่กันมายื่นใบสมัครในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดรับสมัคร จนคนล้นทะลักสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 8 ธ.ค. 2557 ตามที่เป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ

สาเหตุที่นโยบายดังกล่าวได้รับความนิยม เนื่องจากนโยบายนี้ โดยเฉพาะทางเลือกที่ 3 สร้างกำไรชัดๆ คือ

1) จ่ายเงินสมทบ 100 บาท จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพิ่มอีก 100 บาท หรือได้รับดอกเบี้ย 100%

และ 2) สามารถจ่ายเงินสมทบ “ย้อนหลัง” ได้จนถึงเดือน พ.ค. 2555  ทำให้ผู้ที่มาสมัครในเดือน ธ.ค. 2557 จ่ายเงินสมทบค่าสมัคร 3,200 บาท (จ่ายย้อนหลังตั้งแต่เดือน พ.ค. 2555) จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีก 3,200 บาท และสำหรับผู้สมัครที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถลาออกได้ในวันต่อไป ทำให้กำไรทันที 3,200 บาท เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาการเป็นผู้ประกันตนไว้

นโยบายดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมาก และมีกระแสข่าวว่าจะมีการแก้กฎหมายเพื่อขยายระยะเวลาการรับสมัครสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่  60 ปีขึ้นไป ต่อไปอีก 10 วัน 

ผู้เขียนมี “ข้อสังเกตบางประการที่หลายฝ่ายเป็นกังวล” ว่าการแก้กฎหมายเพื่อขยายระยะเวลาดังกล่าว จะเป็นการสูญเปล่าของภาครัฐ และไม่สามารถทำให้เกิดการออมของประชาชนได้ตามเจตนารมณ์ เนื่องจากยังมีช่องโหว่ของนโยบายที่สำคัญใน 2 ประเด็น คือ

1.การจ่ายสิทธิประโยชน์ซ้ำซ้อน กล่าวคือ พ.ร.ฎ.ฉบับดังกล่าวเปิดโอกาสให้ข้าราชการที่ได้รับบำนาญจากภาครัฐอยู่แล้ว สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ ส่งผลให้รัฐจะต้องจ่ายเงินอุดหนุนซ้ำซ้อนให้แก่ข้าราชการที่ได้รับเงินบำนาญจากภาครัฐอยู่แล้ว

แต่ในเมื่องบประมาณของภาครัฐมีอย่างจำกัด งบประมาณก็ควรจะถูกจัดสรรลงไปสู่ผู้ที่ด้อยโอกาส โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้รับสวัสดิการที่เพียงพอจากภาครัฐ

2.การให้สิทธิการจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง เป็นการสนับสนุนให้เกิดการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าเป็นการสนับสนุนการออม

ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ในวันนี้ จ่ายเงินสมทบ 3,200 บาท ถ้าลาออกในวันรุ่งขึ้นจะได้รับเงิน 6,400 บาท หรือกำไร 3,200 บาททันที ทำให้ขณะนี้เริ่มมีข่าวลือว่ามีนายทุนจะมาปล่อยกู้ หรือขายบัตรประชาชนเพื่อเก็งกำไรร่วมกัน ซึ่งถ้ามีผู้มาสมัคร 1 ล้านคน รัฐต้องจ่าย 3,200 ล้านบาท ถ้ามีผู้มาสมัคร 2 ล้านคน รัฐต้องจ่าย 6,400 ล้านบาท

 จากช่องโหว่ทั้งสองประเด็นดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการจ่ายสิทธิซ้ำซ้อนนั้นไม่สอดคล้องกับหลักการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขของการประกันสังคม และการให้สิทธิการจ่ายเงินสมทบย้อนหลังแก่ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปโดยไม่กำหนดระยะเวลาการอยู่ในระบบ ทำให้สามารถลาออกได้ทันที จึงไม่สอดคล้องกับหลักการส่งเสริมการออม

ดังนั้น หากสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินนโยบายตามมาตรา 40 ต่อไป ก็ควรจะ “อุดช่องโหว่” ทั้งสองประการก่อน โดยกำหนดเงื่อนไข 2 ข้อ ดังนี้        

1.บุคคลผู้ได้รับบำนาญจากภาครัฐอยู่แล้ว ไม่มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40

2.ไม่ให้สิทธิการจ่ายเงินสมทบย้อนหลังดังเช่นที่ผ่านมา

ถ้าไม่มีการอุดช่องโหว่หรือแก้ไขกฎหมายก่อน  การขยายระยะเวลาการรับสมัครผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ของสำนักงานประกันสังคม  ก็ไม่ต่างอะไรจากนโยบาย “ประชานิยม” ที่รัฐบาล คสช.เลียนแบบรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และจะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเช่นเดียวกับการจ่ายเช็คช่วยชาติ ที่จะมีผู้มาใช้สิทธิถล่มทลายสำนักงาน เป็น “ประชานิยม 3,200 บาทในยุค คสช.”

และยิ่งหากรัฐบาลตัดสินใจจะเดินหน้าประกันมาตรา 40  ให้สุดโต่ง  พร้อมกับเดินหน้าลุยกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) นั่นก็หมายความว่ารัฐบาลก็เตรียมจ่ายประชานิยมสองเด้ง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี