
ทางม้า...ตาย
ทางข้ามถนนของคนเดินที่เรียกว่า “ทางม้าลาย” นั้นมีอยู่ทั่วโลก เป็นที่รู้กันเป็นหลักสากลว่า เป็นสิทธิของคนเดินถนนคนที่จะใช้ข้ามถนน ผู้ขับขี่รถยนต์จะต้องหยุดรถให้คนเดินผ่านทางม้าลายให้เรียบร้อย ถือเป็นกฎกติกาที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ทางข้ามถนนของคนเดินที่เรียกว่า “ทางม้าลาย” นั้นมีอยู่ทั่วโลก เป็นที่รู้กันเป็นหลักสากลว่า เป็นสิทธิของคนเดินถนนคนที่จะใช้ข้ามถนน ผู้ขับขี่รถยนต์จะต้องหยุดรถให้คนเดินผ่านทางม้าลายให้เรียบร้อย ถือเป็นกฎกติกาที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ใครที่อยู่ใน Social Media คงเคยได้ดูคลิปที่ฝรั่งเขาทำขึ้นเพื่อแอบถ่ายคนที่ขับรถ เขาให้คนแก่กลุ่มหนึ่งใช้ไม้เท้าบ้าง บางคนเดินหกขาเพราะต้องใช้ว็อลกเกอร์
คนแก่เหล่านี้จะเดินข้ามถนนตรงทาง
ม้าลาย โดยจะเดินช้ามาก เราจะเห็นปฏิกิริยาของคนที่จอดรถรอว่า ช่วยกันลุ้นให้เดินผ่านไปเร็วๆ แต่ไม่ถึงกับจะบีบแตรไล่ หรือฝ่าฝืนกฎกติกาขับฝ่าไป
ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดในบ้านเรา ในกรุงเทพมหานคร ผมไม่แน่ใจว่า คนขับรถบ้านเราจะใจเย็นพอที่จะรอเหล่า สว.ผู้สูงวัยทั้งหลายข้ามถนนให้เสร็จก่อนหรือไม่
คนไทยก็ยังเป็นคนไทยที่ชอบทำตามใจ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือประชาชน คนข้ามถนนบางแห่งเอาความสะดวกเข้าว่า ข้ามถนนนอกทางม้าลายบ้าง หรือทางม้าลายบางแห่งจะมีสัญญาณไฟให้กด ก็กดกันอย่างพร่ำเพรื่อ ในต่างประเทศที่เขาเจริญแล้ว คนเดินข้ามถนนเขาก็จะคำนึงถึงคนขับรถด้วย เขาจะไม่กดตามใจ จะดูซ้ายดูขวา ถ้ามีคนที่จะข้ามถนนด้วยแต่ยังมาไม่ถึง เขาจะรอให้มีคนหลายคนแล้วจึงกด กดแล้วบางคนยังรอไม่ได้ พอไม่มีรถก็ข้ามไปเลย ซึ่งต่างกับบางประเทศที่เขาเคารพกติกา แม้จะไม่มีรถวิ่งแต่ถ้าสัญญาณไฟของคนเดินถนนยังเป็นสีแดง พวกเขาจะรอจนได้สัญญาณไฟเขียวจึงข้ามถนน
การข้ามถนนในทางม้าลายในบ้านเมืองเราทุกวันนี้ ทุกคนมีจึงสิทธิที่จะตายคาทางม้าลายได้เสมอ เหมือนกับข่าวคราวที่เกิดขึ้นที่ซอยอโศก
เท่าที่ทราบ เราไม่มีกฎหมายคุ้มครองคนเดินถนนที่ข้ามทางม้าลายเป็นพิเศษ คงมีแต่กฎหมายทั่วๆ ไปที่บัญญัติให้ผู้ขับขี่ หยุดรถตามสัญญาณไฟ
พระราชบัญญัติจราจรทางบก มีบทบัญญัติให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังเพียงมาตราเดียว คือ มาตรา 32 ที่บัญญัติว่า ในการใช้ทางเดินรถผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้รถชนหรือโดนคนเดินเท้าไม่ว่าจะอยู่ ณ ส่วนใดของทาง และต้องให้สัญญาณเตือนคนเดินเท้าให้รู้ตัวเมื่อจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก คนชราหรือคนพิการที่กำลังใช้ทาง ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการควบคุมรถของตน
แต่กฎหมายก็มิได้บัญญัติโทษในกรณีที่ฝ่าฝืน ซึ่งอาจเป็นได้ว่าบทกฎหมายดังกล่าวเป็นเหมือนการแนะนำไม่ใช่การบังคับ จึงยากที่จะพิสูจน์ความผิด
กฎหมายจราจรทางบก นอกจากไม่ได้คุ้มครองคนข้ามทางม้าลายเป็นการพิเศษแล้ว ยังกำหนดหน้าที่บังคับคนเดินข้ามถนนให้ต้องปฏิบัติ เช่น ต้องข้ามถนนตรงทางม้าลาย ตามมาตรา 104 ภายในระยะไม่เกิน 100 เมตรนับจากทางข้าม ห้ามมิให้คนเดินเท้าข้ามทางนอกทางข้าม
ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
กฎหมายอย่างนี้ไม่เหมาะสมที่จะบังคับใช้ ระยะ 100 เมตร ประมาณความยาวสนามฟุตบอล ถ้าเราอยู่ห่างจากทางม้าลาย 100 เมตร ต้องการข้ามถนน เราต้องเดินไป 100 เมตร เพื่อข้ามถนน แล้วเดินย้อนกลับมาจุดหมายของเราอีก 100 เมตร ผมไม่คิดว่าจะมีใครทำอย่างนั้น แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร แต่ถ้าคุณจราจรเหม็นหน้าคุณ อยากจะจับ ท่านมีสิทธิตามกฎหมายที่จะจัมกุมได้
กฎหมายที่คุ้มครองคนเดินถนน เห็นที่มีแต่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 437 ที่บัญญัติไว้ว่า บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะใดๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การขับรถชนคนข้ามทางม้าลายนั้น ถึงอย่างไรก็เป็นความผิดที่ไม่อาจปฏิเสธได้อยู่แล้ว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่เหมือนกันกับชนคนนอกทางม้าลาย ผมยังหาไม่พบว่า ถ้าชนคนตายในทางม้าลายแล้วจะต้องได้รับโทษหนักขึ้น
ความผิดอันเกิดจากการขับรถชนคนตายที่ข้ามทางม้าลาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
คนขับรถในบ้านเราจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคนข้ามถนนในทางม้าลาย นอกจากนี้ ภาครัฐเองก็คงรู้ปัญหา แล้วแก้ปัญหาด้วยการสร้างสะพานลอยคนข้าม แต่เราก็เห็นจนชินตาว่า คนข้ามถนนก็ยังคงข้ามใต้สะพานลอยคนข้ามนั่นเอง เว้นแต่ในที่ชุมชนที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลหรือมีความสะดวก
การใช้สิทธิข้ามถนนตรงทางม้าลาย จึงต้องใช้ความระมัดระวังไม่ต่างจากการข้ามถนนนอกทางม้าลายหรือตามจังหวะสัญญาณไฟบริเวณสี่แยก นั่นคือ แม้ท่านจะได้สัญญาณไฟเขียวให้เดินข้ามถนนได้ ท่านก็ควรต้องดูซ้ายดูขวา ดูให้แน่ใจว่า มีรถแล่นมาด้วยความเร็วหรือไม่ จะหยุดรถทันไหม แม้จะมีรถที่จอดแล้วท่านก็ยังต้องดูว่าจะมีรถมอเตอร์ไซค์แทรกมาหรือไม่ เพราะชีวิตของท่านมีโอกาสตายได้ในทางม้าลาย
การใช้ชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในวันนี้ จงอย่าได้คำนึงถึงสิทธิตามกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพราะการทำถูกกฎหมายหรือการได้สิทธิตามกฎหมาย มิได้เป็นหลักประกันให้ท่านมีชีวิตอยู่เป็นปกติสุขได้ในประเทศนี้
แม้ท่านจะเป็นฝ่ายถูกกฎหมาย แต่ถ้าท่านไม่มีชีวิตอยู่ หรือยังมีลมหายใจ แต่เป็นคนพิการ ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร แม้กฎหมายจะลงโทษผู้กระทำผิดรุนแรงเพียงใด ก็ไม่ทำให้ชีวิตหรือสุขภาพของท่านกลับคืนมาได้
เชื่อเถอะครับตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน







