posttoday
วิษณุชี้3ช่องว่างทำสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม

วิษณุชี้3ช่องว่างทำสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม

22 ธันวาคม 2557

"วิษณุ"แจง 5 วาระชาติด้านยุติธรรมดัชนีสำคัญชี้วัดประเทศไทย แจงสังคมมี 3 ช่องว่างทำประชาชนไม่เชื่อมั่น

"วิษณุ"แจง 5 วาระชาติด้านยุติธรรมดัชนีสำคัญชี้วัดประเทศไทย แจงสังคมมี 3 ช่องว่างทำประชาชนไม่เชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ กล่าวเปิดการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วย งานยุติธรรมครั้งที่ 13 ที่จัดโดยกระทรวงยุติธรรม  และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ"ปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม...ปฎิรูปประเทศไทย"โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ความยุติธรรมคือ การสร้างความพอใจและทำให้เกิดการยอมรับหาก เมื่อใดสังคมไม่ยอมรับ ก็จะนำไปสู่ความร้าวฉาน

ทั้งนี้ปัญหาการก่อความไม่สงบ การแบ่งแยกดินแดน การประกาศอิสระภาพไม่เป็นสุวรรณปฐพีเดียวกัน ก็ล้วนเกิดจากความไม่เป็นธรรมทั้งสิ้น จึงจำเป็นต้องเติมเต็มช่องว่าง หรือ filling in the blank ซึ่งไม่ใช่การใช้กฎหมายส่วนที่เป็นหลุมเป็นบ่อที่สามารถทำได้เลย แต่อาจไม่เกิดประโยชน์และไม่ตอบโจทย์ที่สังคมต้องการ หากเป็นการเติมเต็มเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างคนจน- คนรวย คนด้อยโอกาส-คนได้โอกาส ผู้อำนาจต่อรองสูง-ผู้ไม่มีอำนาจต่อรอง  ผู้หาความเป็นธรรม-ผู้รักษาความเป็นธรรม  ซึ่งถ้าเราสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เริ่มตั้งแต่ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ ก็จะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นลดลง

นายวิษณุ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมมี 3 ช่องว่างที่ทำให้เกิดปัญหา คือ1. ประชาชนทั่วไปไม่เชื่อถือกระบวนการยุติธรรม ไม่ยอมรับคำพิพากษา หรือคำวินิจฉัย 2. ประชาชนที่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเพื่อความยุติธรรม แต่กลับเข้าไม่ถึงเพราะถูกกีดกัน มีค่าใช้จ่ายที่แพงและใช้เวลามากเกินกว่าที่จะรอได้ 3.ประชาชนที่อยู่ระหว่างการรอขั้นตอนขององค์กรยุติธรรมกับองค์กรยุติธรรมด้วยกันเอง ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญ จึงต้องมียุทธศาสตร์องค์-กรเพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกัน ที่ไม่ได้หมายถึงการฮั้ว ไม่ใช่การยุบรวม แต่เป็นการบูรณาการด้านธุรการ ไม่ให้เกิดปัญหาแต่ละหน่วยต่างคิดต่างทำ โดยนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาที่เคยใช้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาใช้กับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะนำไปสู้การแก้ปัญหาต่างๆได้

"ขณะนี้รัฐบาลมีความพร้อมทุกด้านในการนำยุทธศาสตร์ 11 ด้านมาใช้ โดยเฉพาะ 10 -11 ที่เน้นด้านปฎิรูปกระบวนยุติธรรมและสร้างธรรมาภิบาล ซึ่งพล.อ.ไพบูลย์ ในฐานะฝ่ายกฎหมายคสช. หรือรัฐมนตรีว่าการยุติธรรม และในฐานะรองผบ.สส.มีศักยภาพและความพร้อมที่จะทำได้ ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา มีร่างกฎหมายหลายฉบับที่ผ่านครม.และเข้าสู่การพิจารณาของสนช. ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายเพ่งและอาญา ซึ่งทำให้คดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลเร็วขึ้น หรือการจัดตั้งกองทุน ตามพ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม ซึ่งหากกฎหมายสัมฤทธิ์ผล ก็จะช่วยบรรเทาความเดือนของของประชาชนได้"รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า วาระแห่งชาติของงานด้านยุติธรรมทั้ง 5 เรื่องในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็น การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น การพัฒนาพฤตินิสัย การลดความเหลื่อมล้ำ การแห้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ แรงงานข้ามชาติ และปัญหายาเสพติด ถือเป็นดัชนีชี้วัดประเทศไทยที่สำคัญ

ด้านพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในหัวข้อเติมเต็มช่องว่าง สร้างมิติใหม่ของกระบวนการยุติธรรม ว่า. ตนเข้ามาทำงานกระทรวงยุติธรรมโดยที่ไม่ได้เป็นนักกฎหมาย แต่ต้องเข้ามาแก้ไขกฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมหล้ำ ที่ผ่านมาสังคมไม่ค่อยให้ความเชื่อมั่นกับกระบวนการยุติธรรม ในช่วง 4 เดือนท่ีผ่านมาพบปัญหาการออกกฎหมายและระเบียบราชการทับซ้อนกัน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ตนจึงได้กลั่นกรองและเสนอแก้กฎหมาย 321ฉบับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ขณะนี้ผ่านครม.ไปแล้ว 151 ฉบับ.

"ตอนนี้เริ่มเห็นความเชื่อมโยงจากหลายหน่วยยงาน ที่ทำให้เกิดอุสปรรคปัญหาในการออกกฎหมายไม่ได้ เป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรและหน่วยงาน เกิดความขัดเแย้งระหว่างองค์กร และกลุ่มผลประโยชน์ เคยถามกระทรวงว่าทำไมออกไม่ และยังพบว่ากฎหมาย ไปซับซ้อนกันเพราะแต่ละหน่วนงานไม่ค่อยคุยกัน ประชนหลายจึงใช้กฎหมายที่ซับซ้อนคล้ายกันหลายฉบับ และอีกอย่างคือ ส่วนร่วมในการออกกฎหมายกาค้าการลงทุน นักธุรกิจ เข้ามามีส่วนร่วมน้อยมาก "พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่ากระทรวงยุติธรรมที่มีการปรับโครงสร้างออกมา มีปัญหาเกิดขึ้นมาก เช่น เรื่องบุคลากร ทุกหน่วยีมคนน้อยทุกหน่วย สถานพินิจและคุ้มครองเด็กทั่วประเทศมีที่ทำการเพียง 30-40% กองทุนยุติธรรมอยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ แต่ประชาชนยังเข้าไม่ถึง  ผู้ต้องหาหลายคนต้องติดคุกเพราะไม่มีเงินประกันตัว. การประชุมเพื่อพิจารณา เงินกองทุนยุติธรรม ประชุมเดือนละครั้ง และรัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน กว่าคนที่รอเงินประกันจะได้รับการประกันตัวก็ต้องเข้าไปอยู่เข้าไปอยู่ในคุก  ตนไม่อยากให้เกิดปัญหาแบบนี้ อย่างจังหวัดเป็นผู้พิจารณา จะได้รวดเร็ว  อยากให้คนเหล่านั้นต่อสู้ ตามระบบกระบวนการยุติธรรม 

ในส่วนของเรือนจำที่มีปัญหาคนล้นคุกถ้าเป็นคนชั่วก็ต้องยอมให้ล้น ไม่ใช่ปล่อยคนชั่ว คนเลว ออกมา. แต่วันนี้คุกมีแต่นักโทษคดียาเสพติดซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่นักค้ารายใหญ่ตัวจริง 70-80% แต่เป็นแรงงานยาเสพติด จึงมีความจำเป็นต้องแก้กฎหมายยาเสพติดเพื่อไม่ให้ลงโทษด้วยการนับจำนวนยาเสพติดที่จับกุมได้

"ผมได้ยินมาว่าอดีตผู้บริหารบางคนเคยพูดว่า ถ้ารัฐขับเคลื่อนมารัฐก็เสียตังค์มาก ผมอยากจะด่าจริง เราจ่ายเงินปีละ 500-600 ล้านบาท เพื่อคนยากไร้ทำไม่ได้ แต่คอร์รัปชั่นปีละเป็นแสนล้านทำได้. ดังนั้นจึงต้องเอากระทรวงยุติธรรมไปไว้ที่ชุมชนและชนบทให้ได้ ภายในเดือนเม.ย.58. ต้องสมบูรณ์"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาทุจริตไม่ต้องการให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทัจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.).และสำนักงานอัยการสูงสุด มาอยู่กับกระทรวงยุติธรรม เพราะรัฐบาลชั่วก็มี จึงต้องการให้หน่วยตรวจสอบคงสถานะองค์กรอิสระไว้ แต่ขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกัน เนื่องจากรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อดัชนีชี้วัดการทุจริตของประเทศ. นอกจากนี้ขอฝากให้ป.ป.ช.แก้กฎหมายดึงรัฐมนตรีและนักการเมืองซึ่งทำหน้าที่ตั้งงบประมาณและแปรญัตติมาร่วมรับผิดในคดีทุจริตด้วย  รวมถึงประเด็นการแก้กฎหมายให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท