
เวทีนศ.เสนอตั้งองค์กรนักศึกษาปราบคอร์รัปชั่น
"เวทีสานพลังนักศึกษา" ชงปฏิรูปการศึกษาเป็นวาระชาติ เสนอตั้งองค์กรนักศึกษาปราบคอร์รัปชั่น ย้ำ นักศึกษาไม่ทิ้งการเมือง
"เวทีสานพลังนักศึกษา" ชงปฏิรูปการศึกษาเป็นวาระชาติ เสนอตั้งองค์กรนักศึกษาปราบคอร์รัปชั่น ย้ำ นักศึกษาไม่ทิ้งการเมือง
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่โรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ มีการจัดเวทีประชาเสวนา "สานพลังนักศึกษาเพื่อปฏิรูปประเทศไทย" โดยเชิญตัวแทนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมจำนวน 123 คน ซึ่งมีการจัดกลุ่มย่อย เพื่ออภิปรายและนำเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศ หัวข้อ "ภาพอนาคตประเทศไทยที่ร่วมกันคิด" ทั้งนี้มีข้อสรุปสำคัญ ดังนี้
ประเด็นแรก การปฏิรูปการศึกษา มีสาระสำคัญ ได้แก่ 1. ปรับปรุงระบบคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น จะเรียนการสอนจะต้องมีมาตรฐาน และสามารถปรับใช้ในชีวิตจริง 2. การเรียนการสอนจะต้องมีทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นมากกว่าท่องจำ รวมทั้งสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมด้วย 3. โรงเรียนในสังกัดรัฐบาลจะต้องมีมาตรฐานเทียบเท่ากับโรงเรียนเอกชน 4. เพิ่มงบประมาณในกระบวนการเรียนการสอน 5. จัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคนั้นๆ 6. พัฒนาผู้สอนให้มีคุณภาพ โดยมีการประเมินผลด้านจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับอัตราผลตอบแทนวิชาชีพครู เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้สอน 7. สถาบันการศึกษาต้องปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง 8. จัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาระบบการศึกษา มีระบบที่ตรวจสอบมาตรฐานระบบการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด 9. ควรกำหนดนโยบายการเรียนฟรีให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาทุกระดับชั้นตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา และ 10. เพิ่มทักษะการสื่อสารและการใช้ภาษา ให้นำไปใช้ได้จริง
ประเด็นที่สอง พลเมืองที่ดี เสนอให้มีการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นความรู้ ควบคู่กับคุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งการเผยแพร่คุณธรรมและจริยธรรมให้กับผู้อื่น
ประเด็นที่สาม การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น มีสาระสำคัญ ได้แก่ 1. สร้างกฎหมายที่สามารถใช้ในการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นได้อย่างแท้จริง 2. ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ 3. จัดตั้งองค์การนักศึกษาเพื่อต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม 4. ปรับโครงสร้างระดับภาครัฐและภาคเอกชนให้เข้มแข็ง ปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมและทั่วถึง และ 5. ทุกคนมีหน้าที่ในการตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่นทุกรูปแบบ การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของทุกคน
ประเด็นที่สี่ ระบบการเมืองและนักการเมืองที่ดี มีสาระสำคัญ ได้แก่ 1. ระบบการเมืองต้องปราศจากการทุจริตคอรัปชั่น 2. จัดตั้งองค์กรนศ.เพื่อตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น 3. จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ร่วมกับภาคประชาชน ในการใช้งบประมาณของรัฐ 4. จัดตั้งชมรมต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นในระดับเยาวชน 5. ต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมและจริยธรรม เป็นนักการเมืองอย่างมืออาชีพ 6. นักการเมืองควรมาจากประชาชนทั่วไป 7. ควรจัดเวทีเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 8. ไม่ควรกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของนักการเมือง มีบทลงโทษนักการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม 9. ใช้หลักทศพิธราชธรรมในการปกครองบ้านเมือง 10. จัดทำ MOU ทางสังคม กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง 11. ควรจัดทำกระบวนการสรรหา เพื่อค้นหานักการเมืองที่ดี และ 12. นักการเมืองต้องทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
นายตุลย์ จันทร์อุดม นักศึกษาคณะครุศาสตร์ หลักสูตรสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ในฐานะประธาน กลุ่มเสวนาพลังนักศึกษาเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย รุ่นที่ 1 กล่าวว่า ประเด็นหลักที่มีนำเสนอในการเสวนา คือการปฏิรูประบบการศึกษา โดยมุ่งเน้นกระบวนการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ มีความเข้าใจในหลักวิชาและสามารถปรับใช้ในชีวิตจริง รวมถึงการปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะนโยบายการศึกษาให้มีความต่อเนื่อง ไม่ใช่ยึดนโยบายของนักการเมืองที่ปรับเปลี่ยนไปตามนโยบายของแต่ละรัฐบาล
ซึ่งหลังจากนี้ตนจะติดตามการปฏิบัติงานของ สปช. และกมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะมีการนำข้อเสนอและแนวทางที่กลุ่มนักศึกษาได้ร่วมแสดงความคิดเห็นไปใช้หรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า นักศึกษาไม่สนใจการเมืองนั้น ยืนยันว่าวลีดังกล่าว ไม่เป็นความจริง เพราะหากย้อนเหตุการณ์ในอดีต จะเห็นว่ากลุ่มนักศึกษาให้ความสนใจและเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดจากเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. และกลุ่มนปช. ก็จะพบว่ามีนักศึกษาร่วมแสดงความคิดเห็นและเคลื่อนไหวตลอดมา รวมถึงการเคลื่อนไหวในระดับมหาวิทยาลัย ฉะนั้นการที่นักศึกษาไม่ได้เข้าร่วมกับการเคลื่อนไหวกับกลุ่มการเมือง ไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่านักศึกษาไม่สนใจการเมือง
นายธนพงษ์ งานรุ่งเรือง นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในฐานะเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ 2556 กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญ เพราะนิสิต นักศึกษาในเวลานี้จะเป็นผู้ใช้กฎหมายในอนาคต ฉะนั้นนักศึกษาจึงควรมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูป ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้เสนอให้มีการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม ตลาดแรงงาน และการเป็นผู้ประกอบการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่นยืนและการแข่งขันในระดับโลก โดยการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ประเทศก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางนั้น







