posttoday
บ้านนี้จะงามอย่างไร ถ้าไม่มีเธอ

บ้านนี้จะงามอย่างไร ถ้าไม่มีเธอ

21 ธันวาคม 2557

ครอบครัวของผมไม่นิยมล้อมวงกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ชอบไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่มีคำอวยพรวันเกิด

ครอบครัวของผมไม่นิยมล้อมวงกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ชอบไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่มีคำอวยพรวันเกิด ไม่มีประโยคบอกลาอันรื่นหูก่อนออกจากบ้านเหมือนครอบครัวอื่น

สิ่งเดียวที่แสดงถึงความอบอุ่นของครอบครัวเราก็คือ การที่สมาชิกทุกคนพร้อมใจกันอยู่บ้าน ไม่ออกไปไหนในวันหยุด

ภาพในความทรงจำตั้งแต่เด็ก ทุกๆ เช้าของวันเสาร์อาทิตย์ เวลาสิบโมง ผมจะตื่นนอนด้วยอาการสะดุ้งผวาจากเสียงตะโกนปลุก ต้องรีบลุกจากเตียงให้ทันก่อนจะโดนย้ำด้วยไม้เรียว

แม่ทำกับข้าวเสียงดังฉู่ฉี่อยู่ในครัว ไม่ทอดปลาสลิด ก็คงทอดกุนเชียง ยำผักกาดดอง ยำปลากระป๋อง กินกับข้าวต้มร้อนๆ

พ่อนั่งซ่อมโน่นนี่เป็นกิจวัตร คลอเคล้าด้วยบทเพลงของภูสมิง หน่อสวรรค์ ไม่ก็อัลบั้มรวมฮิตของดิ อีเกิลส์ จนเพื่อนบ้านแทบจะร้องตามได้

น้องสาวซึ่งขณะนั้นยังแค่วัยอนุบาล นอนคว่ำหน้าระบายสีลงกระดาษอยู่บนพรมหนานุ่มในห้องรับแขก

กับข้าวเสร็จแล้ว ใครหิวก็ไปตักกินตามสะดวก ไม่หิวก็ต้องกินให้หมดเรื่องหมดราว จากนั้นจะไปทำอะไรต่อก็เชิญ

ผมเคยนึกอิจฉาเวลาดูละครแล้วเห็นครอบครัวผู้ลากมากดีเขามีกับข้าวกับปลาวางเต็มโต๊ะ พ่อแม่ลูกนั่งกินข้าวพูดคุยกะหนุงกะหนิง อิจฉาเวลาเห็นภาพถ่ายที่เพื่อนในชั้นเรียนเอามาอวด พ่อแม่พาไปขี่ม้าที่หัวหิน นั่งเครื่องบินไปเที่ยวดอยสุเทพ นั่งรถไฟไปเมืองเก่าอยุธยา แอ็กท่าถ่ายรูปกับรูปปั้นสิงโตที่สิงคโปร์

ถึงจะอิจฉา แต่มันเป็นความอิจฉาที่ไม่ทุรนทุรายนัก ด้วยเข้าใจและยอมรับได้ว่าบ้านเราไม่ได้ร่ำรวยมีเงินถุงเงินถังเหมือนใครเขา

ใช่ว่าจะยากจนข้นแค้น หนี้สินรุงรัง พ่อทำงานรัฐวิสาหกิจ แม่รับราชการ มีบ้าน มีรถ มีทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ วีซีดี มีแทบทุกอย่างที่ชนชั้นกลางทั่วไปพึงมีตามยุคสมัย

เหตุผลที่พอฟังได้ที่สุดคือ ใครบางคนบอกว่าพ่อผมขี้เหนียวเป็นตังเม แม้กระทั่งแม่ น้องสาว และผมก็แอบชูมือเห็นด้วยหลายครั้งหลายหน

พ่อเป็นคนมัธยัสถ์ ด้วยความที่เป็นลูกคนจีน ปากกัดตีนถีบมาตลอด ความที่ทำงานด้านบัญชี และสำคัญที่สุดคือ ความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว

การจะซื้อจะจ่ายอะไรไปต้องคิดแล้วคิดอีก หลายครั้งคิดนานเสียจนเกือบล้าหลังตามไม่ทันคนอื่นเขา

คิดแล้วขำ กว่าบ้านเราจะมีเครื่องปรับอากาศกับบ้านอื่นเขาสักเครื่อง ก็เปลี่ยนพัดลมมาแล้วหลายตัว จ่อแล้วจ่ออีกส่ายแล้วส่ายอีก ต้มน้ำใส่กาในหน้าหนาวหลายหนาวกว่าจะคิดซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น รถยนต์ไม่ต้องพูดถึงถือเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยอย่างร้ายกาจสำหรับพ่อ กว่าจะมีสักคันมาประดับบ้านก็ปาเข้าไปเกือบล่วงเข้าวัยเกษียณแล้ว

เรื่องเงินๆ ทองๆ ช่างสวนทางกับแม่ลิบลับ ความเท่ของแม่ในสายตาลูกๆ อยู่ตรงที่วันไหนอารมณ์ดีจะชอบโทรสั่งเคเอฟซี พิซซ่าเพื่อเอาใจลูก อยู่บ้านเบื่อๆ จู่ๆ ก็หันมาถามว่าใครอยากไปเดินห้างยกมือขึ้น แล้วพวกเราก็เฮรับกันอย่างลิงโลด

วีรกรรมที่ผมไม่มีวันลืมคือ ช่วงนาทีทองที่แม่จะเดินเข็นรถตะกร้าในซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วจับเวลาหนึ่งนาที ให้ลูกๆ วิ่งไปหยิบขนมนมเนยที่อยากได้ตามใจชอบ

สุดยอดไหมล่ะ แม่ผม

แน่นอนว่าทันทีที่พ่อรู้ แม่โดนบ่นบ้านแตกตามระเบียบ พ่อจะหยิบยกทั้งภาระค่าน้ำค่าไฟ ค่าเล่าเรียนลูก ค่าจิปาถะโสหุ้ยสารพัด มาชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการอดออม ส่วนแม่ก็เถียงดะตามประสาคนใจใหญ่ ลูกๆ ก็วิ่งหนีเข้าห้องปิดประตู---ก็ไม่ใช่เรื่องของเด็กนี่

แม้บ้านเราจะไม่อบอุ่น เพียบพร้อมเหมือนครอบครัวตัวอย่างในละคร แต่ผมก็ยังจำได้ถึงความสุขที่พ่อแม่ให้มาอย่างมีนัยสำคัญ แม้ไม่บ่อย ออกจะหวงๆ และทวงบุญคุณด้วยซ้ำ ตั้งแต่รองเท้าสตั๊ดคู่แรก กางเกงยีนส์ตัวแรก เครื่องเกมเพลย์สเตชั่นเครื่องแรก โน้ตบุ๊กเครื่องแรก สร้อยคอทองคำที่แม่ถอดจากคอยื่นให้ จนถึงรถคันแรกราคาเฉียดล้านที่พ่อควักเงินซื้อให้ (ออกให้ก่อนผ่อนทีหลัง) และอีกมากมายสารพัดที่เอ่ยปากขอ อ้อนวอน สุดท้ายก็ไม่เคยผิดหวัง

ยิ่งหวนคิดยิ่งรู้สึกได้แจ่มชัดว่า บ้านเราก็ไม่ได้มีอะไรขาดตกบกพร่อง ไม่รวยแต่ไม่เคยอด ไม่ใกล้ชิดผูกพันแต่ก็อบอุ่นครื้นเครงกันตามประสา ห่างเหินบ้าง ทว่าไม่หมางเมินบาดหมาง นี่คือความสมบูรณ์แบบเฉพาะตัวของครอบครัวเราที่ไม่ต้องรอให้หน่วยงานใดๆ มาตัดสินมอบรางวัลครอบครัวดีเด่นให้

ผมจำวันที่พ่อกำชับน้องสาวเมื่อตอนส่งไปเรียนเมืองนอกใหม่ๆ ว่าให้ประหยัดและเก็บเงินเยอะๆ น้องสาวแหย่กลับว่าพ่อรวยมีเงินล้านแล้วยังไม่เลิกงกอีก พ่อตอบสั้นๆ

“ถ้าไม่งก พ่อจะมีเงินซื้อบ้าน มีเงินส่งหนูไปเรียนอย่างวันนี้เหรอ”

ผมนี่อึ้งไปเลย

ถึงวันนี้ วันที่เรามีพร้อมทุกอย่างเท่าที่ครอบครัวธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่งจะมีได้ มีฐานะพออยู่พอกิน มีหนี้สินแต่พองาม ไร้ปัญหาชีวิตจุกจิกกวนใจ แต่บรรยากาศความอบอุ่นของคนบ้านนี้ก็ยังเหมือนเดิม พ่อยังง่วนอยู่กับการปลูกต้นใหม่ แม่นอนดูรายการลูกทุ่งสบายๆ ไม่ออกจากบ้านไปไหนถ้าไม่มีกิจธุระจำเป็น

สิ่งที่ผมพอทำได้บ้าง ก็คงจะเป็นการลากพ่อออกไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง ชวนแม่ไปซูเปอร์มาร์เก็ตเหมือนที่แม่เคยพาไปตอนเด็ก

อย่างน้อยที่สุด ถ้าขี้เกียจออกไปไหนกันนัก ก็ใช้วิธีซื้อข้าวปลาอาหารอร่อยๆ มากินกันที่บ้านเสียเลย

เหมือนเช่นเคย----ใครหิวก็ไปตักกินตามสะดวก ไม่หิวก็ต้องกินให้หมดเรื่องหมดราว จากนั้นจะไปทำอะไรต่อที่ไหนก็เชิญ

ผมนึกถึงสเตตัสหนึ่งที่เคยเขียนเล่นๆ ไว้ในเฟซบุ๊กว่า

“ในวันหยุด อะไรจะมีความสุขไปกว่าทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา แล้วพบว่า พ่อ แม่ ลูกทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ในบ้านหลังเดียว”

ถึงบรรทัดนี้ ท่อนหนึ่งเพลง Home ของบอย โกสิยพงษ์ ลอยแว่วเข้าหู ---บ้านนี้จะงามอย่างไร ถ้าไม่มีเธอ

ใช่เลย บ้านนี้จะงามได้อย่างไร ถ้าขาดใครไปสักคน

สุขสันต์วันหยุดครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท