
อ้อนปลดล็อกเบี้ยจัดประชุม
ท่องเที่ยวภูเก็ตร้องคลังปลดล็อกระเบียบค่าใช้จ่ายจัดประชุม หวังดึงข้าราชการสัมมนาในประเทศเพิ่ม
ท่องเที่ยวภูเก็ตร้องคลังปลดล็อกระเบียบค่าใช้จ่ายจัดประชุม หวังดึงข้าราชการสัมมนาในประเทศเพิ่ม
นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า สมาคมยื่นหนังสือถึง นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง พิจารณายกเลิกการใช้ระเบียบข้อบังคับค่าใช้จ่ายการจัดประชุมสัมมนา (ไมซ์) กลุ่มข้าราชการ ในส่วนคอฟฟี่เบรก ราคา 25 บาท/คน ค่าอาหารกลางวัน 150 บาท/คน และค่าห้องพัก 800 บาท/คืน เนื่องจากไม่สอดคล้องกับราคาค่าบริการที่เป็นจริง ส่งผลให้เกิดการคอร์รัปชั่นด้านภาษีเกิดขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการโรงแรมต่างใช้กลยุทธ์การลดราคา เพื่อรักษาฐานลูกค้าไมซ์ข้าราชการ
นายภูริตเสนอว่า กระทรวงการคลังควรปลดล็อกระเบียบดังกล่าว เพราะไม่สามารถปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดหลัก อย่าง ภูเก็ต หาดใหญ่ สมุย เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ตลาดไมซ์ในกลุ่มข้าราชการ ถือว่ามีความสำคัญต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยอย่างมาก เพราะแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในปีหน้าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบนอกประเทศด้านเศรษฐกิจ การเมือง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวไทยลดลง
“ระเบียบที่กระทรวงการคลังออกมาไม่ใช่กฎหมาย สามารถปลดล็อกได้ หากจะช่วยให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยดีขึ้น และทำให้รายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบอย่างแท้จริง รวมถึงช่วยสร้างแรงจูงใจให้ไมซ์ราชการเลือกสถานที่จัดงานในประเทศเป็นอันดันแรกก่อนเลือกเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ” นายภูริต กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ควรปรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มากกว่าการใช้ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ที่จับต้องได้ยาก
“เป้าหมายนักท่องเที่ยวปีหน้า 28-29 ล้านคน รายได้ 2.2 ล้านล้านบาท เป็นเป้าหมายที่เกินจริง เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบทุกตลาด มีแนวโน้มเดินทางลดลง เช่น รัสเซีย ญี่ปุ่น จีน ได้รับผลกระทบเงินอ่อนค่าและปัญหาภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ยุโรป อเมริกาได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัว และการประกาศใช้กฎอัยการศึกของไทย” นายภูริต กล่าว
อย่างไรก็ตาม ททท.ต้องเร่งปรับกลยุทธ์การตลาด โดยมุ่งปลุกกระแสคนไทยเที่ยวในประเทศในปีหน้าอย่างหนัก ทดแทนตลาดต่างประเทศที่พึ่งพาได้ยาก จากหลายปัจจัยลบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสัญญาณการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติมาไทยเริ่มชะลอตัวและลดลงตั้งแต่ฤดูการท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปีนี้
ขณะเดียวกัน ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่กรมการท่องเที่ยวรายงานนั้น สวนทางกับภาคเอกชนที่รับนักท่องเที่ยวและให้บริการนักท่องเที่ยวโดยตรง เพราะเห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางลดลงตั้งแต่ปลายปีนี้อย่างน้อย 15-20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน







