
อำนวย ปะติเส 'รมต.ยาง' กับงานสุดหิน
ประเด็นร้อนของรัฐบาลเวลานี้ หนีไม่พ้นปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่กดดันรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ประเด็นร้อนของรัฐบาลเวลานี้ หนีไม่พ้นปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่กดดันรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากชาวสวนยางประกาศหากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จะออกมาชุมนุมเรียกร้องถึงที่สุด
เมื่อราคาสินค้าเกษตรเริ่มตกต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีทุกยุคทุกสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงแต่งตั้งรัฐมนตรีเพิ่มเพื่อรับมือม็อบยางโดยตรง หนีไม่พ้นการดึง “อำนวย ปะติเส” ขึ้นมาเป็นเสนาบดีกระทรวงพญานาค ในเก้าอี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ด้วยเพราะประสบการณ์การทำงานที่ไม่ธรรมดา มีดีกรีเป็นอดีต รมช.คลัง ในรัฐบาล ชวน หลีกภัย และเคยเป็นแม้กระทั่งหัวขบวนแกนนำม็อบเคลื่อนไหวเรียกร้องแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกร
“ช่วงเวลาที่ผมเข้ามา ถือว่าราคายางพาราวิกฤตสุดๆ เพราะไม่เคยลงมาถึงราคา 45 บาท เรื่องยางพาราเป็นเรื่องของความมั่นใจ ถ้าเราทำให้เสียความมั่นใจ ทุกอย่างจะฟื้นยากมาก และปัญหาที่ผ่านมาการออกนโยบายต่างๆ ถ้าผู้บริหารเดินไม่สุดซอย กั๊ก จะทำให้เสียความมั่นใจ ทุกอย่างจะชะลอหมด เมื่อผมเข้ามาจึงต้องสั่งลุยทุกอย่าง ทุ่มทุกอย่าง เดินให้สุดซอย สู้ทุกมิติ ประกาศเลยว่า ผมเป็นรัฐมนตรียาง ถ้ามีอะไรผมรับผิดชอบเอง ส่วนคนที่ไม่รับผิดชอบเท่าผมอย่ามายุ่ง ตอนนี้ผมใช้ความพยายามสุดๆ แล้ว” ประโยคแรกที่ อำนวย กล่าวกับทีมงานโพสต์ทูเดย์ ก่อนที่จะสำทับข้อมูล กางนโยบายเดินหน้าแก้ปัญหาราคายางพารา
“ท่านนายกฯ คุณชายอุ๋ย รัฐมนตรีว่าการเกษตร บอกให้ผมลุยเต็มที่ ทำเป้าหมายให้ได้ ซึ่งผมบอกเลยว่าเป้าหมายผม ราคายางพารา 60 บาท ต้องเสร็จก่อนสิ้นปี และวันนี้น่าจะหมดคำถามเรื่องราคา 60 บาทได้แล้ว ขณะเดียวกันก็จะทำเรื่องราคาควบคู่กับการพัฒนาตลาดไปด้วย ส่วนเป้าหมายถัดไปจะเป็นการซื้อภายในประเทศ เรามีเงินตั้ง 20,000 ล้านบาท จะไปสนใจอะไร ทำได้อยู่แล้ว เชื่อมั่นเถอะว่าผมและคณะที่รับผิดชอบจะลุยทุกที่ ทุกเวลา และทุกเรื่อง
ก่อนที่จะเริ่มลงรายละเอียดในมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลเตรียมไว้ อำนวย ขอตอบคำถามที่เกษตรกรคาใจว่า ทำไมเป้าหมายราคายางพาราจึงต้องมุ่งไปที่ยางแผ่นดิบรมควัน รมช.เกษตรฯ ผู้นี้ อธิบายว่า โดยหลักทฤษฎี ยางแผ่นดิบรมควันเป็นสินค้าพิเศษของไทยที่มีที่เดียวในโลก เป็นยางที่ค้าในตลาดโตคอม (TOCOM) ถ้าราคายางแผ่นดิบรมควันขึ้น ก็จะดึงให้ยางตัวที่รองลงมา ทั้งยางแผ่นดิบ น้ำยาง ยางก้อนถ้วย และเศษยาง มีราคาพุ่งสูงขึ้นทุกตัวอย่างเป็นระบบ ส่วนคำถามที่ว่า แล้วทำไมไม่รับซื้อน้ำยาง ก็เพราะถ้าซื้อน้ำยางก็ต้องเอาไปทำเป็นแผ่นดิบรมควันอีก ซึ่งองค์การสวนยาง หรือ อ.ส.ย. ในฐานะเครื่องมือรัฐบาลยังไม่สามารถที่จะไปจับตรงนี้ได้ เพราะต้องมีทั้งในส่วนของโกดัง โรงงาน
อีกคำถามที่เกษตรกรถามว่า ทำไมจึงไม่ตั้งราคายางไว้ที่ 80 บาท และส่วนต่างนำไปออกพันธบัตร อำนวย ชี้แจงว่า คนที่รู้ระบบการเงิน การคลังของประเทศ รู้ระบบโครงสร้างหลัก เขาจะไม่กล้าพูดเรื่องนี้ เพราะรู้ว่าพันธบัตรจะสามารถออกได้ในกรณีไหนบ้าง แต่ไม่อยากจะตอบโต้ บอกแค่ว่าอยากจะทำแต่ทำไม่ได้ เราบอกไปเพียงว่าอะไรที่เราทำได้เราพร้อมจะทำให้อยู่แล้ว เพราะใจเราเองก็อยากได้ราคามากเท่าที่มากได้ แต่ต้องไม่บิดเบือนกลไกตลาด
กางมาตรการแก้ปัญหา
เมื่อขอชี้แจงปัญหาคาใจของเกษตรกรแล้ว อำนวย ได้ฉายภาพรูปแบบการพัฒนาตลาดว่า เป็นการซื้อยางรูปแบบเครือข่าย ที่มาคือประเทศไทยมีพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่โลกลืม ชื่อว่า พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ที่ออกมาตอนราคายางพาราตกต่ำ เพื่อวางมาตรการพัฒนาตลาดและพัฒนามาตรฐานการผลิต แล้วส่งเข้าขายในตลาดที่ได้มาตรฐาน เพื่อดึงราคาให้สูงขึ้นตามมาตรฐานสากล ทุกวันนี้
ตลาดยางเราซื้อขายกันนอกระบบ เราก็จะต้องดึงให้เข้ามาอยู่ในระบบ แล้วพัฒนาขึ้นสู่มาตรฐานสากล สู้กับตลาดกระดาษ และตอนนี้ได้เปิดซื้ออยู่ประมาณ 10 ตลาด แต่กระจายเป็นเครือข่าย ถือว่าคึกคักมากและได้ใช้เงินไปประมาณ 1,000 ล้านบาทแล้ว
มาตรการการผลักดัน “การค้ายางในประเทศ” ที่คาดว่าจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในช่วงปลายเดือน ม.ค. 2558 อำนวย ให้ภาพต่อว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสนใจมาก เพราะจะช่วยดันราคายางในปี 2558-2559 ได้ง่ายขึ้น จึงสั่งให้เร่งหามาตรการเสริมโดยผ่านโครงการต่างๆ เช่น ทำสนามฟุตซอล ด้วยยางพารา ทำทางสำหรับจักรยาน โดยให้บูรณาการกับทุกกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงวิทยาศาสตร์ จากนั้นให้หน่วยราชการเหล่านี้รวบรวมนำเสนอโครงการต่างๆ มาที่ตนเองก่อนปีใหม่นี้ เพื่อที่จะได้นำแผนงานเหล่านี้นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนหลัง ม.ค. 2558 เพื่ออนุมัติโครงการ และวางแผนหา
ผู้ซื้อยางพาราต่อไป เนื่องจากเรามีทั้งผู้ขายและผู้ผลิตอยู่แล้ว การทำแบบนี้เหมือนเราไปตั้ง “กรมเสมือนส่งเสริมการใช้ยางแห่งชาติ”
แม้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาได้พยายามออกนโยบายเรื่องการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศมาแล้ว ให้ทุกหน่วยงานรวมความต้องการมา ก็ยังมีจำนวนการใช้ที่น้อยอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่ง อำนวยได้ชี้แจงว่า ต้องบอกว่านี่คือคำสั่ง นี่คือนโยบายที่อยู่เหนือเหตุผล เช่น เรามีคำสั่งให้ทำโครงการนี้ หากคุณติดขัดเรื่องเงิน รัฐหาให้ เหลือแค่คุณหาคนแค่นี้มันไม่ได้เหรอ ก็ให้มันรู้ไป
“เพราะคนที่สั่งให้จับเรื่องนี้คือ รมช.เกษตรฯ นะ ไม่ใช่นายกระจอกงอกง่อยนะ เมื่อรัฐบาลที่แล้ว ผมมีตำแหน่งเป็นแค่ที่ปรึกษาไม่มีอำนาจทำอะไร แต่ตอนนี้นายกฯ เองเห็นแล้วว่าเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ แต่ไม่มีหน่วยงานที่มารับผิดชอบเรื่องนี้ เราจึงต้องหาทีมมาสนธิกำลัง แล้วรบกับมัน”
“วันนี้นอกจากเกษตรกรแล้วพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังมาอัดผมอีก ตามว่าเราได้ทำอะไร ไปแล้วบ้าง ผมก็บอกไปว่าคุณต้องให้เวลาผม เพราะผมไม่ได้ว่ามาจับแล้วทำได้เลย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ใครเตรียมเครื่องจักรไว้แล้วเรามาขับได้เลย เราต้องมาสร้างกลไกอีก บอกเลยว่ากลไกดึงราคาถ้าไม่ใช่ผม ทำไม่ได้ พูดแล้วทำไม่ได้มาหลายคนแล้ว เรื่องนี้ผมไม่ยอม
...ถ้าผมสร้างกลไกได้แล้วผมจะไม่เอาชีวิตมาเสี่ยงกับคุณ เพราะฉะนั้นทุกอย่างผมต้องกำกับได้ คณะทำงานที่จะมาทำกับผม ถ้าไม่ใช่คนที่ทำจริง อย่ามาอยู่ด้วยกัน ถ้าผมตัดสินใจลุย ถ้าผิดผมรับผิด เพราะว่าสิ่งที่ผมทำมีเจตนาดี วิเคราะห์ทุกอย่างดีแล้ว แต่ถ้าจะพลาดเพราะมันโง่ ก็ช่วยไม่ได้ ต้องขออภัย เพราะทำได้แค่นี้ แต่มั่นใจได้เลยว่าผมไม่มีตุกติก เพราะถ้าจำเป็นต้องขอเงินเพิ่ม ก็ขอตรงๆ ขอชัดๆ วันนี้ผมดูแลเงินของรัฐยิ่งกว่าเงินผมอีก และผมเองก็ไม่มีพรรคพวกที่จะมาขายให้ผมแล้วเอาตังค์ไปทอนไม่มี ไอ้พวกนั้นยุคก่อนๆ ซื้อขายกันเป็นเงินต่อวัน 3,000 ล้านบาท นี่ของผมใช้เงินวันละ 50-100 ล้านบาท กระจายให้คนไปทั่ว”
อุบไต๋ มีลุ้นถึง 70 บาท
“วันนี้ผมวางเป้าบริหารราคายางพาราไว้ 65 บาท ถ้าไม่ได้ ขาดเท่าไหร่ก็เอามาให้เพราะมันมีหลักและเหตุผล แต่ถ้าจะให้ไปถึง ราคา 70 บาท เพิ่มขึ้นอีก 5 บาท ใจผมตอนนี้ได้ แต่ไม่อยากบอก เพราะจะหาว่าดีแต่พูด
พูดแล้วทำไม่ได้ ผมขอทำก่อน แล้วจะเห็นเอง ทุกอย่างถ้ามีเหตุผลที่จะทำได้ก็ต้องทำ แต่อะไรก็ตามทำให้เป็นประชานิยมผมไม่เอา ไปแทรกแซงไปซื้อมาเก็บไว้เป็นภาระผมไม่เอา คติผมคือ อยากได้อะไรต้องทำเอาเอง เชื่อผมเถอะ แต่ถ้าทำแล้วมีปัญหาอุปสรรคก็จัดการมันเสีย แต่ถ้าคุณจะไปสั่งให้เขาทำอย่างเดียวมันไม่ได้ เราต้องลงมือ”
อำนวย ย้ำหลักการทำงานว่า ต้องเร่งให้งานขับเคลื่อนไปได้งาน ประชาชนจะได้มีความสุข เราเข้ามาทำงานแบบฉุกละหุก จึงไม่ได้วางแผนบริหารอะไรเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าไม่ใครทำได้เร็วขนาดนี้ การทำงานเราไม่ได้ทำงานล้วงลูก หรือทำแล้วเอาเงิน สรุปคือ เมื่อปีนี้เราเข้ามาแก้ไขปัญหาราคายางพาราแล้ว ในปีถัดไป 2558-2559 โครงการ ระบบจัดการทั้งหมดจะเกิดขึ้น
เมื่อตรรกะที่ว่าสินค้าเกษตรมักเป็นตัวชี้วัดเสถียรภาพรัฐบาล สำหรับ อำนวย มองว่า ทุกประเทศจะมีปัญหาสินค้าเกษตร และประเทศที่เจริญแล้วจะมีการบริหารสินค้าเกษตรที่ทันสมัย และสร้างให้คนรู้จักระบบ มีการตัดสินใจบนระบบที่ถูกต้อง ถ้าจะต้องจ่ายให้กับเกษตรกรบ้างเพื่อให้เขาอยู่ได้ ก็ต้องจ่ายอยู่ดี ประชานิยมนิดๆ ก็มีให้เห็น ครั้งนี้ที่รัฐบาลให้เกษตรกร 1,000 บาท เขาก็เรียก “ประยุทธ์นิยม” แต่ถามว่ามันมากไปหรือไม่ แต่ยืนยันได้เราไม่เน้นเอาประชานิยมจนประเทศชาติเสียหาย
“ผมคิดว่า ยางพารา คือ สินค้าทางการเมือง ถ้ากฎหมายไม่ขีดให้ระบบเดินอย่างชัดเจน การเมืองจะเข้าแทรก แล้วเรื่องที่ควรจะจบได้ มันจะไม่จบ” อำนวย กล่าว







