
กมธ.ยกร่างรธน.นัดเคาะปฎิรูปการเมือง23ธ.ค.
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเล็งเคาะข้อสรุปปฏิรูปการเมือง23ธ.ค. เพิ่มโทษหนักการทุจริตซื้อสิทธิขายสียงเลือกตั้ง
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเล็งเคาะข้อสรุปปฏิรูปการเมือง23ธ.ค. เพิ่มโทษหนักการทุจริตซื้อสิทธิขายสียงเลือกตั้ง
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิชโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมาธิ การยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากสนช.และสปช.ส่งมอบรายงานความเห็นการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ในสัปดาห์หน้าคณะกรรมาธิการยกร่างฯจะประชุม เพื่อพูดคุยถึงรายละเอียดในประเด็นต่างๆที่ทางสนช. สปช. ตลอดจนภาคส่วนต่างๆเสนอมา ซึ่งขณะนี้มีนับพันประเด็น เพื่อให้เกิดการตกผลึกในเบื้องต้น โดยในวันที่ 22ธ.ค. จะหารือในประเด็นภาคพลเรือนและประชาชน ส่วนในวันที่ 23 ธ.ค.จะหารือประเด็นภาคการเมือง ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นในแนวทางปฏิรูปการเมือง อาทิ วิธีการเลือกตั้งจะเป็นแบบใด จะมีการเลือกตั้งนายกฯและครม.โดยตรงหรือไม่ ซึ่งกรรมาธิการยกร่างฯหลายคนเห็นตรงกันว่า การไปลองของใหม่โดยใช้วิธีเลือกนายกฯโดยตรง ไม่มีอะไรรับประกันว่า จะแก้ปัญหาได้จริง อาจจะเกิดปัญหาใหม่ในอนาคตได้ เพราะนอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหาซื้อเสียงแล้ว ยังมีจุดอ่อนเพิ่มขึ้น ทำให้คนแพ้ไม่มีที่ยืนทางการเมือง ไม่ได้เป็นทั้งส.ส.และรัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบ 100%
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า การเลือกตัวนายกรัฐมนตรี หากจะให้เลือกผ่านสภาฯเช่นเดิม คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะต้องกำหนดกลไกควบคุมการเลือกตั้งให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด ไม่มีการซื้อเสียง อาจจะมีการกำหนดบทลงโทษผู้ซื้อสิทธิขายเสียงให้หนักขึ้น หรือลงโทษหัวคะแนนที่ซื้อเสียงถึงขั้นถูกจำคุก รวมทั้งจะต้องพิจารณาเรื่องวิธีการลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ว่า จะใช้แบบใด ระหว่างเขตเดียว เบอร์เดียว หรือการเลือกเขตละ 3 คน การนับคะแนนเลือกตั้ง การให้นักการเมืองมีอิสระจากพรรคการเมือง ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างฯต้องไปหารือรายละเอียดกันอีกครั้งว่า จะมีวิธีการอย่างไร เพื่อให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใสที่สุด
พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ส่วนเรื่องการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะไม่ทำความเห็นเสนอเรื่องนี้ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ตัดสินใจเอง แต่ที่ผ่านมานายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็เคยแสดงความเห็นไปแล้วว่า ควรมีการทำประชามติ และเท่าที่ฟังคณะกรรมาธิการยกร่างฯคุยกัน หลายคนเห็นด้วยว่า ควรทำประชามติ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อีกทั้งเป็นการแสดงถึงความมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างชัดเจน ทั้งนี้หากจะมีการทำประชามติ ก็ต้องไปเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ก่อน จากนั้นค่อยเสนอเป็นกฎหมายการทำประชามติต่อสนช.ต่อไป







