
ผบ.ทบ.ลงใต้สั่งคุมเข้มปีใหม่-ช่วยน้ำท่วม
พล.อ.อุดมเดช ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เผย ตรวจเยี่ยมกำลังพล ติดตามภารกิจแก้ปัญหา กำชับกำลังพล คุมเข้มปีใหม่ สั่งทุกหน่วยเดินหน้าช่วยประชาชนน้ำท่วมภาคใต้
พล.อ.อุดมเดช ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เผย ตรวจเยี่ยมกำลังพล ติดตามภารกิจแก้ปัญหา กำชับกำลังพล คุมเข้มปีใหม่ สั่งทุกหน่วยเดินหน้าช่วยประชาชนน้ำท่วมภาคใต้
วันที่ 20 ธ.ค. ที่ฝูงเครื่องบินกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (รองผอ.รมน.) พร้อมด้วยพล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ลธ.รมน.) และคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพบก เดินทางลงพื้นที่จ.ปัตตานี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่
พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางว่า ในวันนี้ตนจะลงพื้นที่เพื่อไปบำรุงขวัญกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเป็นช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่จึงอยากไปให้ของขวัญแก่กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่ รวมถึงจะไปตรวจผลการปฏิบัติงานปรับปรุงเส้นทางถนนที่ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลที่ต้องการให้ใช้ยางพาราผสมกับยางมะตอยเพื่อลาดถนนจำนวน 37 เส้นทาง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเบื้องต้นแล้ว 10 เส้นทาง แต่ทั้งได้ประสบกับปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่มีฝนตก แต่จะต้องเร่งดำเนินการต่อไป รวมถึงจะไปดูโครงการพสกนิกรรอบอ่าวปัตตานีของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อปรับพื้นที่รอบอ่าวดังกล่าวให้สามารถใช้พื้นที่ได้จากเดิมเป็นเวิ้งใหญ่ของจังหวัดที่ความตื้นเขิน การสัญจรทางน้ำและการประมงมีปัญหามาก หากมีการปรับปรุงเชื่อว่าจะสามารถสร้างอาชีพให้ประชาชนรอบอ่าวปัตตานีได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ความเป็นอยู่และเศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ได้เน้นย้ำเรื่องแผนงานและโครงการต่างๆว่าต้องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาพบว่าเหตุการณ์ลดลง แต่ก็ต้องพยายามให้เหตุการณ์ลดลงอีก พร้อมทั้งนี้ตนจะกำชับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมถึงการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่เฉพาะแค่พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่พื้นที่ทั่วไปทั้งหมด โดยเฉพาะกทม. ทางกองทัพบกได้สนองนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและให้ประชาชนมีความสุข ซึ่งกำลังพลต้องเสียสละดูแลพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อาจมีบางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ยังเข้าไปดูแลไม่ทั่วถึง จะทำอย่างไรให้กลุ่มผู้เห็นต่างไม่ดึงไปเป็นพวกเดียวกัน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ถ้าบอกว่าเข้าไม่ถึง ตนคิดว่าไม่มีแล้ว แต่เข้าไปถึงแล้วจะมีกลุ่มผู้เห็นต่างที่สร้างปัญหาอยู่ในปัจจุบันสอดแทรกอยู่โดยการบิดเบือนศาสนา เราต้องพยายามเสริมสร้างความเข้าใจ ทั้งนี้การพูดคุยสันติสุขมีระดับการพูดคุย 3 ระดับในโครงสร้าง โดยระดับพื้นที่ตนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องสร้างความเข้าใจและไว้เนื้อเชื่อใจ อีกทั้งสร้างทัศนคติที่ถูกต้องให้กับประชาชนให้ได้ ซึ่งขณะนี้ได้เดินมาได้ด้วยดี ทหารที่ลงไปดูแลพื้นที่ไม่ได้ต้องการต่อสู้เพื่อเอาชนะ หรือรบต่อสู้กับใคร เพราะต้องการดูแลและป้องกันให้เกิดความสงบสุขกับประชาชนโดยใช้ความเข้าใจ อย่างไรก็ตามเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เห็นต่างจะสร้างความรุนแรงและไปสู่ชัยชนะจนแบ่งแยกพื้นที่ไปได้ ตนขอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะถูกแบ่งแยกดินแดน
พล.อ.อุดมเดช กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้มีการติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้ช่วยเหลือประชาชนไม่ใช่เฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ได้ช่วยเหลือทั้งพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เช่น จ.พัทลุงด้วย โดยหน่วยทหารในพื้นที่ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้ทราบว่ามีกำลังพลของกองทัพบกประสบอุบัติเหตุเรือพลิกคว่ำระหว่างปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนดังนั้นทางกองทัพบกจะดูแลและช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ส่วนสิ่งของที่จะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นมีทั้งในส่วนของกองทัพบกและในส่วนที่ได้รับบริจาคจากประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ทางกองทัพก็จะทยอยนำลงพื้นที่ต่อไป







