
"บวรศักดิ์" โว เคาะหลักการ รธน. ภาค 1 เรียบร้อย
"บวรศักดิ์" เผย พิจารณาหลักการรัฐธรรมนูญ ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน เสร็จแล้ว ย้ำ รับฟังความคิดเห็นไม่ใช่พิธีกรรม ดึงข้อเสนอจากทุกฝ่ายจนกว่าจะถึง 6 ก.ค. ปีหน้า
"บวรศักดิ์" เผย พิจารณาหลักการรัฐธรรมนูญ ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน เสร็จแล้ว ย้ำ รับฟังความคิดเห็นไม่ใช่พิธีกรรม ดึงข้อเสนอจากทุกฝ่ายจนกว่าจะถึง 6 ก.ค. ปีหน้า
วันที่ 19 ธ.ค. ณ รัฐสภา พิธีส่งมอบรายงานสรุปความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ต่อกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
ศ. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า แม้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 จะกำหนดให้ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นอิสระ แต่ในทางปฏิบัติมีความสัมพันธ์กับภาคส่วนอื่น 2 ประการ ได้แก่ 1.) สปช. มีหน้าที่เสนอชื่อของ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ 20 คน สนช. เสนอชื่อ 5 คน ขณะที่ตนยังเป็นรองประธานคนที่ 1 ของ สปช. อีกด้วย จึงมีความยึดโยงกันอย่างไม่อาจปฏิเสธ และ 2.) สปช. สนช. และคณะรัฐมนตรี จะต้องเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ จะต้องส่งกลับไปให้ สปช. รับรอง ถ้า สปช. ไม่เห็นชอบ สปช. และ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องยุติหน้าที่เช่นกัน ฉะนั้นแม้ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะมีอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่สามารถปฏิบัติงานตามอำเภอใจ
" กมธ. ยกร่างฯ ทำการบ้านจริง นำเอาข้อเสนอจาก 2 ฝ่าย มาพิจารณา จนได้พิมพ์ชมพู ไม่ใช่พิมพ์เขียว เพราะมีการนำข้อเสนอจากทุกฝ่ายมาจำแนกตามตารางสีชมพูนี้ ว่าใครเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับประเด็นต่างๆ ซึ่ง กมธ. ยกร่างฯ จะต้องนำมาพิจารณาต่อว่าอันไหนเอาใส่รัฐธรรมนูญได้ หรือไม่ได้ เพราะบางส่วนจะต้องไปอยู่ในกฎหมายลูก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ. บางข้อเสนอก็ทำได้เลย ไม่ต้องนำไปส่งต่อใคร" ศ. บวรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ศ. บวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า วานนี้(วันที่ 18 ธ.ค.) กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้นำข้อเสนอจากสปช. สนช. และคณะรัฐมนตรี มาพิจารณาหลักการในรัฐธรรมนูญ ภาคที่ 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน จนแล้วเสร็จ ส่วนภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ยังไม่สามารถพิจารณาจนแล้วเสร็จได้ เนื่องจากยังมี กมธ. ปฏิรูปการเมือง บางท่านที่ยังขอสงวนคำอภิปราย ซึ่งหลักการในส่วนนี้จะพิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า สำหรับการพิจารณาด้านเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ จะเริ่มในวันที่ 12 -16 ม.ค. ปี 58
" ในขั้นตอนนั้นจะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสภา นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนมาประมวลร่วมด้วย ไม่ใช่พิธีกรรม แต่มีความตั้งใจนำความคิดเห็นของประชาชนมาพิจารณาจริง ซึ่งเป็นการรับฟัง แต่ไม่เชื่อฟัง บางอย่างใส่ได้ บางอย่างใส่ไม่ได้ เพราะใส่ไปทั้งหมดจะยาวมาก อย่างไรก็ตาม กมธ. ยกร่างฯ จะนำไปใช้จริงๆ การรับฟังความคิดเห็นยังไม่จบ จนถึงวันที่ 23 ก.ค. ก็ยังส่งความเห็นมาได้เรื่อยๆ อย่างของ สนช. ก็จะมีส่งความคิเห็นชุดที่ 2 มาอีก หรือก่อนการลงมติรับรองของ สปช. ในวันที่ 6 ส.ค. ก็ยังส่งมาได้" ศ. บวรศักดิ์ ระบุ
ศ. เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวว่า ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รวบรวมมีที่มาจาก 3 ส่วน ได้แก่ กมธ. ปฏิรูป 18 คณะ ความคิดเห็นของ กมธ. ในแต่ละคณะที่สงวนคำอภิปราย และสมาชิกสปช. ที่ร่วมอภิปราย ในวันที่ 15-17 ธ.ค. ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้นกว่า 700 ประเด็น ซึ่งมีข้อเสนอจาก กมธ. ปฏิรูปคณะต่างๆ รวม 246 ประเด็นเท่านั้น ซึ่งการส่งมอบข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 แต่ สปช. ยังคงต้องทำหน้าที่ปฏิรูปโครงสร้างต่อไป โดยเฉพาะการกำหนดแนวทางในการปฏิรูป การแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือการร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ที่จะใช้ในการปฏิรูปประเทศ
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า สืบเนื่องจาก มาตรา 34 วรรค 2 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สนช. และสปช. เสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น สนช. จึงได้มีการรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ซึ่งสามารถจำแนกได้ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.) กรรมการสามัญประจำ สนช. 16 คณะ และกรรมการวิสามัญผังเมือง 1 คณะ 2.) ข้อเสนอจากสมาชิก สนช. และ 3.) ข้อเสนอที่จำแนกตามกรอบที่ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนด







