รธน.50ไม่มีผลยกฟ้องอดีตสส.ดันนิรโทษ
ปปช.แจงรธน.50ไม่มีผลบังคับใช้ยกฟ้องอดีตสส.ดันนิรโทษกรรม ยันเดินหน้าไต่สวนคดีแก้รธน.ต่อ
ปปช.แจงรธน.50ไม่มีผลบังคับใช้ยกฟ้องอดีตสส.ดันนิรโทษกรรม ยันเดินหน้าไต่สวนคดีแก้รธน.ต่อ
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ป.ป.ช.ยุติการไต่สวนอดีตสส.จำนวน 310 คนที่ร่วมกันเห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว ประกอบกับป.ป.ช.ได้สำรวจคดีค้างเก่าที่ยังไม่ได้วินิจฉัยพบว่ามีคำร้องขอถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ประธานวุฒิสภาส่งมาให้จำนวน 6 เรื่อง อาทิ คำร้องขอให้ถอดถอนส.ส.ที่ร่วมกันเสนอและเห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประมาณ 3 เรื่อง คำร้องขอให้ถอดถอนนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กระทำการขัดต่อพ.ร.บ.การออมแห่งชาติ พ.ศ.2554 โดยทั้งหมดเป็นคำร้องว่าฝ่าฝืนและกระทำการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2550 ประเด็นเดียว ซึ่งปัจจุบันป.ป.ช.ไม่มีอำนาจวินิจฉัยแล้วเพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 สิ้นสุดลง ป.ป.ช.จึงต้องส่งคืนไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะปฏิบัติหน้าสว. ส่วนคดีอื่นๆ ที่เหลือป.ป.ช.จะเดินหน้าไต่สวนต่อ เพราะเป็นคำร้องที่มีการกล่าวหาทั้งกระทำผิดรัฐธรรมนูญ และยังมีความผิดตามกฎหมายอื่นๆ
นายสรรเสริญ กล่าว่า สำหรับคดีที่อดีตสส.จำนวน 268 คนร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาสว.โดยมิชอบนั้นเป็นคนละกรณีกับคดีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะมูลเหตุเรื่องการไต่ส่วนอดีตสส.ในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกจากเรื่องกระทำความผิดรัฐธรรมนูญแล้ว ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ที่มีการเสียบบัตรแทนกันอีกด้วย







