posttoday
งบประมาณปี 2015 ของมาเลเซีย

งบประมาณปี 2015 ของมาเลเซีย

19 ธันวาคม 2557

ในปีงบประมาณ 2015 รัฐบาลมาเลเซียได้ตั้งเป้าหมายการบริหารจัดการเศรษฐกิจเพื่อจะก้าวเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2020 ภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาชาติมาเลเซีย (MyNDs) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ต้นทุนต่ำ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ในปีงบประมาณ 2015 รัฐบาลมาเลเซียได้ตั้งเป้าหมายการบริหารจัดการเศรษฐกิจเพื่อจะก้าวเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2020 ภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาชาติมาเลเซีย (MyNDs) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ต้นทุนต่ำ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มาเลเซียจัดทำงบประมาณขาดดุลในปี 2015 ร้อยละ 3.0 ของ GDP ลดลงจากปี 2014 ที่ขาดดุลงบประมาณร้อยละ 3.5 ของ GDP และประมาณการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในปี 2015 จำนวน 235,219 ล้าน
ริงกิต ลดลงจากปี 2014 ร้อยละ 7.8

งบประมาณปี 2015 มีทั้งสิ้น 273.9 พันล้านริงกิต เพิ่มขึ้น 9,800 พันล้านริงกิต หรือร้อยละ 22.6 จากปี 2014 เป็นงบดำเนินการ 223.4 พันล้านริงกิต (ร้อยละ 81.6 ของงบรายจ่าย) เป็นงบลงทุน 48.5 พันล้านริงกิต (ร้อยละ 17.7 ของงบรายจ่าย) แต่ไม่รวมงบสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน 2 พันล้านริงกิต

ของมาเลเซียได้จัดสรรงบประมาณผ่าน 7 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้

1.สร้างความเข้มแข็งของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 7.21 พันล้านริงกิต หรือร้อยละ 2.6 ของงบรายจ่าย มาตรการสำคัญ ได้แก่ การเร่งพัฒนาภาคบริการซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60 ของ GDP ภายในปี 2020 (GDP ปี 2013 มีสัดส่วนร้อยละ 55) โดยงบกว่า 300 ล้านริงกิต ใช้ไปในการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการสร้างความเข้มแข็งให้กับตลาดการเงินอิสลาม ส่งเสริมโครงการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม ส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเน้นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรม พัฒนา SMEs

นอกจากนี้ ยังจัดสรรงบกว่า 2 พันล้านริงกิต สำหรับการพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมในพื้นที่เศรษฐกิจกว่า 1,000 แห่ง

2.เสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านการคลัง 606 ล้านริงกิต หรือร้อยละ 0.2 ของงบรายจ่าย มาตรการสำคัญ ได้แก่ การลดหย่อนภาษีสินค้าและบริการ โดยขยายขอบเขตสินค้าและบริการที่ยกเว้นภาษี การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และ SMEs รวมทั้งให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ และความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม
ผู้ประกอบการ SMEs

นอกจากนี้ รัฐบาลจะปรับปรุงกลไกการอุดหนุนพลังงานให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เนื่องจากในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการให้การอุดหนุนด้านพลังงานไปกว่า 21 พันล้านริงกิต

3.พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างผู้ประกอบการ 4.33 พันล้านริงกิต หรือร้อยละ 1.6 ของงบรายจ่าย โดยจัดสรรงบกว่า 3 พันล้านริงกิต เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษา ปรับปรุงการศึกษาเพื่อการจ้างงาน การขยายโครงการ My Brain15 ซึ่งเป็นแผนงานส่งเสริมการศึกษาในสาขาที่ขาดแคลนเพื่อให้นักศึกษากลับมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ยกระดับการเรียนการสอนในสายเทคนิคและสายอาชีพเพื่อเพิ่มนักเรียนในหลักสูตรดังกล่าว

4.สานต่อวาระ “ภูมิปุตรา” 5.3 พันล้านริงกิต หรือร้อยละ 1.9 ของงบรายจ่าย ซึ่งเป็นนโยบายที่ให้สิทธิพิเศษแก่คนเชื้อสายมาเลเซียในการทำธุรกิจ ศึกษาเล่าเรียน รับราชการหรือประมูลงานของรัฐ ฯลฯ มาตรการสำคัญ อาทิ การเพิ่มสิทธิในการถือหุ้นบริษัทของรัฐบาลผ่านโครงการ EKUINAS การขยายมาตรการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ การเพิ่มบทบาทของ National Entrepreneurship Institute (INSKEN) เพื่อเป็นศูนย์ความเป็นเลิศของภูมิปุตรา การให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาภูมิปุตรา เป็นต้น

5.เพิ่มบทบาทสตรี 1.8 พันล้านริงกิต หรือร้อยละ 0.7 ของงบรายจ่ายเพื่อเพิ่มบทบาทสตรี ผ่านมาตรการสำคัญ คือ มาตรการเพิ่มศักยภาพให้สตรีสู่การเป็นผู้บริหาร มาตรการ 1 Malaysia Support for Housewife โดยให้ความสำคัญกับการฝึกอบรม การเพิ่มโอกาสให้กับผู้หญิงกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน มาตรการปรับปรุงด้านความปลอดภัยในการทำงาน มาตรการให้การอบรมทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้มีการก่อตั้งศูนย์ดูแลเด็กเพิ่มขึ้นในบริษัทเอกชน

6.ริเริ่มโครงการปฏิรูปคนรุ่นใหม่ 433 ล้านริงกิต หรือร้อยละ 0.2 ของงบรายจ่าย เพื่อดำเนินโครงการปฏิรูปคนรุ่นใหม่ ผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ การให้การฝึกอบรมและแนะนำทักษะที่บริษัทต่างๆ ต้องการ การพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ โดยการสร้างตัวแบบของคนรุ่นใหม่ขึ้น เรียกว่า “Rakan Muda” ซึ่งเป็นตัวแบบที่รวบรวมวิธีการใหม่ๆ เพื่อเตรียมการให้คนรุ่นใหม่มีความพร้อมในการพัฒนาประเทศ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ภายใต้โครงการ 1 Malaysia Youth City รวมถึงการกระตุ้นการเป็นผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ในโครงการ Malaysian Global Innovation & Creativity Centre (MaGIC)

7.พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมาเลเซีย 35.5 พันล้านริงกิต หรือร้อยละ 13 ของงบรายจ่าย โดยจัดสรรเงินให้กับนักเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษา 5.4 ล้านคน คนละ 100 ริงกิต และโครงการ
1 Malaysia Book Voucher คนละ 250 ริงกิต นอกจากนี้ยังมีแผนงานสำคัญต่างๆ อาทิ สร้างความแข็งแกร่งให้ระบบห่วงโซ่อุปทานด้านอาหาร พัฒนาสวัสดิการให้ชาวประมง เป็นต้น

ข้อน่าสังเกตจากโครงสร้างการจัดสรรงบในปี 2015 ของมาเลเซีย พบว่า การจัดสรรงบลงทุนในการพัฒนาประเทศมีสัดส่วนที่ลดลงเรื่อยๆ โดยในปี 2015 งบลงทุนลดลงเหลือเพียงร้อยละ 17.7 ของงบรายจ่ายประจำปี จากร้อยละ 25.8 ในปี 2010 สะท้อนถึงเม็ดเงินที่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจมีสัดส่วนลดลง

มาเลเซียยังคงมีการขยายมาตรการภูมิปุตรา (บุตรของแผ่นดิน) อย่างต่อเนื่อง โดยให้อภิสิทธิ์พิเศษแก่ชาวมาเลย์และชนพื้นเมืองซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ราว 68% มากกว่าชาวจีนและชาวอินเดียซึ่งจัดเป็นชนกลุ่มน้อยแต่กุมเศรษฐกิจของประเทศ การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและศักยภาพทางการแข่งขันในระยะยาวของมาเลเซีย

นอกจากนี้ มาเลเซียก็ต้องจัดสรรงบประมาณซึ่งเป็นภาระผูกพันตามนโยบายของรัฐบาลเช่นเดียวกับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 13 ของงบรายจ่ายของประเทศ ได้แก่ เงินอุดหนุนให้กับนักเรียนและค่าอุปกรณ์การศึกษา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การที่พรรครัฐบาลมาเลเซียสามารถดำรงตำแหน่งต่อเนื่องมาหลายสมัยกลายเป็นข้อดี เพราะส่งผลให้มีการสานต่อนโยบายเพื่อการพัฒนาประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท