
16 ปีห้วยคลิตี้ยังปนเปื้อน
ปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วในห้วยคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ยังคงอยู่ในความสนใจในสายตาชาวต่างชาติเสมอ แม้จะผ่านมา 15 ปีแล้วก็ตาม ล่าสุด ฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ องค์กรจับตาความเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยล้มเหลวในการขจัดสารพิษในลำห้วยคลิตี้ แม้ศาลจะสั่งมามากกว่า 2 ปีแล้ว ทำให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงหลายร้อยครัวเรือนต้องทนทุกข์จากสารพิษ
ปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วในห้วยคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ยังคงอยู่ในความสนใจในสายตาชาวต่างชาติเสมอ แม้จะผ่านมา 15 ปีแล้วก็ตาม ล่าสุด ฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ องค์กรจับตาความเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยล้มเหลวในการขจัดสารพิษในลำห้วยคลิตี้ แม้ศาลจะสั่งมามากกว่า 2 ปีแล้ว ทำให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงหลายร้อยครัวเรือนต้องทนทุกข์จากสารพิษ
การปนเปื้อนสารพิษในลำห้วยคลิตี้ซึ่งเกิดจากการทำเหมือง ได้รับการค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1988 โดยชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณลำน้ำกว่า 400 คน ต่างมีปัญหาสุขภาพกันถ้วนหน้าจากสารตะกั่วในเลือดสูง และพยายามต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้มีการขจัดสารพิษในลำน้ำ
ในที่สุดการต่อสู้ของชาวบ้านก็บรรลุเป้าหมายจากความช่วยเหลือของนักเคลื่อนไหว ส่งผลให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับด้านมลพิษต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้ชาวบ้าน และขจัดสารพิษในลำน้ำบริเวณดังกล่าว
ฟิล โรเบอร์สัน รองผู้อำนวยการของฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า คำสั่งของศาลในคดีลำห้วยคลิตี้ ถือเป็นบททดสอบสำหรับความศักดิ์สิทธิ์ของระบบกฎหมายไทย เพราะกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องของผู้ที่ยากจนไร้อำนาจในสังคมฟ้ององค์กรที่มีอำนาจ
“หากหน่วยงานของรัฐบาลสามารถปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งศาลได้โดยไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบใดๆ นั่นหมายความว่ารัฐบาลไทยสามารถทำอะไรก็ได้เท่าที่ต้องการ” โรเบอร์สัน กล่าว
ทั้งนี้ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในลำห้วยคลิตี้ล่าง ต้องทนทุกข์กับปัญหาสุขภาพเรื้อรังซึ่งเกิดจากการปนเปื้อนของสารตะกั่วในลำน้ำ อาทิ อาการปวดท้องและปวดหัว ขณะที่เด็กเกิดใหม่มีปัญหาด้านพัฒนาการ
ด้าน มนต์เทพ อัตต์สินทอง นักวิจัยจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยแก่สำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงกำลังวิเคราะห์หาวิธีที่ดีที่สุดในการขจัดสารพิษในลำห้วยคลิตี้
“เมื่อเรารวบรวมข้อมูลสำเร็จ เราจะเสนอวิธีที่ดีที่สุดแก่ชาวบ้าน ซึ่งหากพวกเขาตกลง เราควรจะเริ่มการทำความสะอาดลำห้วยคลิตี้ในปีหน้า” มนต์เทพ กล่าว
ขณะที่ชาวบ้านหลายรายระบุว่า ได้มีการตรวจสอบพื้นที่หลายครั้งแล้วก่อนศาลจะมีคำตัดสิน จึงถึงเวลาที่จะเริ่มต้นขจัดสารพิษได้แล้ว
ทั้งนี้ รอยเตอร์สทิ้งท้ายไว้ว่า ยังไม่มีชาวบ้านกลุ่มไหนประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องให้รัฐบาลขจัดสารพิษในย่านอุตสาหกรรมมาก่อน ฉะนั้นหากเสียงเรียกร้องจากลำห้วยคลิตี้ประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นการจุดประกายให้เกิดการผลักดันในการขจัดสารพิษในพื้นที่อื่น เช่น มาบตาพุดที่ จ.ระยอง รวมถึงเหมืองทองใน จ.เลย และพิจิตรต่อไป







