
สนช.ชำแหละภาษีมรดก ดีจริงแต่ไม่ถึงที่สุด
มาช้ายังดีกว่าไม่มา สำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะจริงๆ เรื่องนี้ สนช.ต้องพิจารณาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่สุดท้าย สนช.ก็ลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ด้วยคะแนนเสียง 160 ต่อ 16 เสียง โดยมีสมาชิก สนช.ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 10 คน
มาช้ายังดีกว่าไม่มา สำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะจริงๆ เรื่องนี้ สนช.ต้องพิจารณาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่สุดท้าย สนช.ก็ลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ด้วยคะแนนเสียง 160 ต่อ 16 เสียง โดยมีสมาชิก สนช.ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 10 คน
สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ การเก็บภาษีจากการรับมรดก โดยผู้รับมรดกจะเสียภาษีหากได้รับมรดกที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ซึ่งจะเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท
ส่วนการอภิปรายของ สนช.ตลอด 4 ชั่วโมง นับว่ามีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งผู้อภิปรายส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนให้ประเทศไทยมีกฎหมายภาษีมรดก เพียงแต่มีข้อเสนอแนะว่าควรมีกลไกป้องกันไม่ให้เกิดการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า มีความเป็นห่วงการจัดเก็บภาษีมรดก เพราะการจัดเก็บไม่แน่นอน ห่วงว่าหากกระทรวงการคลังที่ตั้งเป้าหมายเรื่องลดความเหลื่อมล้ำจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะหากมีการตั้งกองมรดก มูลนิธิ ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิก สนช. เสนอมุมมองว่า มองได้เป็นสองมุมมอง โดยมุมหนึ่งอาจมองได้ว่าสามารถลดความเหลื่อมล้ำ แต่อีกมุมมองว่าเป็นเงินที่เขาเสียภาษีมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ต้องมาเสียภาษีอีก หากรัฐบาลต้องหาเพิ่มรายได้จากภาษี ทำไมไม่หาวิธีอุดรูรั่วมากมายให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพจะได้เงินมากกว่า และแนวทางนี้จะกระทบเงินออมของประเทศ ทำให้หลายคนหาวิธียักย้ายถ่ายเทไปต่างประเทศ
ด้าน ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ สมาชิก สนช. มองว่า 12 ใน 25 ประเทศ ที่จัดเก็บภาษีมรดกปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สาเหตุเพราะไม่คุ้มค่าการจัดเก็บ และไม่ต้องการให้รายได้ออกไปนอกประเทศจากการหลบเลี่ยงภาษีมรดก ขณะเดียวกันเห็นว่ายังมีทางเลือกทั้งการเพิ่มการจัดเก็บภาษีฟุ่มเฟือย ทั้งรถยนต์ เหล้า บุหรี่ ที่จะทำให้การจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น จึงอยากให้พิจารณาให้รอบคอบว่าจะจัดเก็บภาษีมรดกหรือไม่ และจะจัดเก็บเท่าไหร่
จากนั้น สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ชี้แจงว่า ปัจจุบันรายได้จากการเก็บภาษีอยู่ที่ 18% ต่อจีดีพี ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วสูงถึง 30-40% ซึ่งการจัดเก็บภาษีสูงไม่ได้หมายความว่าจะเค้นจากประชาชน แต่เก็บเพื่อให้มีการกระจายรายได้และเอาเงินมาพัฒนาประเทศ
“หลายประเทศที่ยกเลิกภาษีมรดกอย่างนอร์เวย์ เพราะเขามีระบบการกระจายรายได้ที่ดีมาก แต่ที่ไทยต้องเก็บภาษีมรดก เพราะเป็นสัญลักษณ์อันหนึ่งและลดความเหลื่อมล้ำ” รมว.คลัง ระบุ
อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดแล้วแม้ สนช.จะมีมติเสียงข้างมากรับหลักการกับร่างกฎหมายภาษีมรดก แต่เมื่อมองจากมติที่ออกมานับว่ามีนัยพอสมควร เนื่องจากสมาชิก สนช.ลงมติไม่รับหลักการถึง 16 คน และงดออกเสียง 10 คน ซึ่งการพิจารณากฎหมายของ สนช.ที่ผ่านมาไม่เคยมีการลงมติไม่รับหลักการและงดออกเสียงในร่างพระราชบัญญัติในจำนวนที่มากแบบนี้มาก่อน
สมาชิก สนช.จำนวน 16 คนที่ว่านั้น ได้แก่ 1.พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ 2.กิตติ วะสีนนท์ 3.พล.อ.อ.ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ 4.นิเวศน์ นันทจิต 5.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ 6.ประมุท สูตะบุตร 7.พรศักดิ์ เจียรณัย 8.วันชัย ศารทูลทัต 9.ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ 10.พล.ท.ศุภกร สงวนชาติศรไกร 11.สมพล เกียรติไพบูลย์ 12.สมพล พันธุ์มณี 13.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ 14.สุพันธุ์ มงคลสุธี 15.พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ และ 16.พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์
ส่วนสมาชิก สนช.ที่ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 10 คน จำแนกเป็น พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ซึ่งเป็นการใช้สิทธิงดออกเสียงตามปกติ ส่วนที่เหลืออีก 7 คน ประกอบด้วย 1.คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี 2.พรทิพย์ จาละ 3.สมบูรณ์ งามลักษณ์ 4.พล.อ.โสภณ ศีลพิพัฒน์ 5.พล.ร.อ.อมรเทพ ณ บางช้าง 6.พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ และ 7.อิสระ ว่องกุศลกิจ
ทั้งนี้ กลุ่มบุคคลที่ลงมติไม่รับหลักการและงดออกเสียงนั้น ส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นบุคคลที่มีทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เช่น พล.ร.อ.กำธร ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่า มีทรัพย์สิน 801 ล้านบาท เช่นเดียวกับ อิสระ ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดใน สนช. มูลค่า 5,200 ล้านบาท







