
แรงงานยื่น 7 ข้อเสนอบรรจุในรธน.ใหม่
ภาคแรงงานยื่นข้อเสนอ 7 ข้อต่อ“บวรศักดิ์”บรรจุในธรน.ใหม่
ภาคแรงงานยื่นข้อเสนอ 7 ข้อต่อ“บวรศักดิ์”บรรจุในธรน.ใหม่
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดย นายชาลี ลอยสูง ประธาน คสรท. นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สรส. พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายแรงงาน ได้เข้ายื่น 7 ข้อเสนอเพื่อบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแรงงานและการประกอบกิจการของรัฐวิสาหกิจ ต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ
โดยนายชาลี กล่าวว่า ข้อเสนอที่ยื่นเพิ่มเติมนั้นเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพของแรงงานในเรื่องเศรษฐกิจ สาธารณสุข สวัสดิการ และสวัสดิภาพของผู้ใช้แรงงาน รวมถึงการชุมนุมและการรวมตัวเป็นเครือข่าย นอกจากนั้นมีประเด็นที่สำคัญคือเกี่ยวกับศาลที่ว่าคดีให้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งก่อนหน้านั้นพบปัญหาการพิจารณาคดีที่ล่าช้าจนทำให้ผู้ใช้แรงงานต้องได้รับผลกระทบ อาทิ การเลิกจ้าง เป็นต้น
ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทางเครือข่ายแรงงานได้ยื่นให้กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปแรงงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไปแล้ว แต่การรายงานข้อเสนอของกมธ.แรงงาน ไม่พบประเด็นที่ทางเครือข่ายได้เสนอ จึงได้รวมตัวมายื่นข้อเสนอดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวพร้อมรับข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา โดยข้อเสนอบางส่วนที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะพิจารณา อาทิ สิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมถึงคนต่างด้าวด้วย ส่วนการมีส่วนร่วมทางการเมือง หรือผู้นำทางการเมืองต้องพิจารณาในระดับที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีหน้าตาหรือรูปร่างอย่างไร ดังนั้น ขอให้เครือข่ายแรงงานร่วมติดตามและเคลื่อนไหวช่วยสนับสนุนในกรณีที่อนาคตอาจจะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะหากมีการตัดสินใจทำประชามติถือว่าเครือข่ายแรงงานมีส่วนสำคัญที่จะต้องลงมติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอของสรส. 1.หมวดสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย เสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับให้คุ้มครองและมีหลักประกันด้านสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกหมู่เหล่า เพศ และทุกศาสนา โดยไม่ถูกละเมิดและถูกจำกัดตามกฎหมายที่มีการรับรอง โดยองค์กรของรัฐทุกองค์กรต้องใช้อำนาจที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ นอจกากนั้นบุคคลย่อมสามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวดสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย
2.หมวดความเสมอภาค เสนอให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกับบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างเรื่องถิ่นกำเนิด, เชื้อชาติ, ภาษา, เพศ, อายุ, ความพิการ, ภาพทางกายหรือสุขภาพ, สถานะของบุคคล, ฐานทางเศรษฐกิจหรือสังคม, ความเชื่อทางศาสนา, การศึกษาอบรม, ความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้
สำหรับบุคคลที่เป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐและพนักงานหรือลูกจ้าขององค์กรของรัฐย่อมมีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป เว้นแต่ที่จำกัดในกฎหมายหรือกฎที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง สมรรถภาพ วินัย หรือจริยธรรม
3.หมดวสิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ เสนอให้บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทำงานรวมถึงหลักประกันในการดำรงชีพระหว่างการทำงานเพื่อพ้นภาวะทำงานตามกฎหมายบัญญัติ, 4.หมวดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน เสนอให้คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาตเพื่อประโยชน์สาธารณะ
โดยให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระในการจัดสรรคลื่นฯ โดยเป็นไปตามความสำคัญ คือ ความมั่นคงของรัฐ, ประโยชน์สาธารณะ, การศึกษาและวัฒนธรรม, การแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม นอกจากนั้นต้องให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ เพื่อป้องกันมิใหมีการควบรวม การครองสิทธิข้ามสื่อ หรือครอบงำระหว่างสื่อมวลชนด้วยกัน หรือโดยบุคคลอื่น ขณะที่ผู้ดำรตำแหน่งทางการเมืองห้ามเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อฯ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม
5.หมวดสิทธิในการรับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ เสนอให้รัฐจัดบริหารสาธารณสุข ความช่วยเหลือและสวัสดิการที่เข้าถึงบุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป, ผู้พิการ, ผู้ทุพพลภาพ, บุคคลวิกลจริต, บุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัยหรือไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ, 6.หมวดเสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม เสนอให้บุคคลมีสิทธิในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ รวมถึงมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหภาพแรงงาน สหพันธ์ สหกรณ์ โดยสิทธิดังกล่าวต้องคุ้มครองถึงข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย
และ 7.หมวดแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ เสนอให้รัฐต้องจัดการออมเพื่อการดำรงชีพในยามแก่ชรากับประชาชน, ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในภาคเอกชน ลดการผูกขาด, รัฐต้องส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองแรงงานเด็กและสตรี โดยจัดระบบแรงงานสัมพันธ์และระบบไตรภาคีให้ผู้ทำงานมีสิทธิเลือกผู้แทนของตนเองในพื้นที่ที่ทำงาน, ส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบกิจการของรัฐวิสาหกิจ เพื่อสร้างรัฐสวัสดิการให้กับประชาชนในชาติ โดยการบริหารรัฐวิสาหกิจแบบรวมศูนย์ ภายในการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐเพียงหน่วยงานเดียว และตั้งกองทุนพัฒนารัฐวิสาหกิจไทย โดยหักเงินจากเงินนำส่งผลกำไรของการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้สามารถพัฒนารัฐวิสาหกิจทั้งหมด ทั้งประเภทที่มีกำไร และไม่แสวงหากำไร







