
นโยบาย 2 ขา
ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ต่างมีความเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตไม่ถึง 1% เพราะไร้แรงส่งจากการบริโภค การลงทุน และการส่งออก
ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ต่างมีความเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตไม่ถึง 1% เพราะไร้แรงส่งจากการบริโภค การลงทุน และการส่งออก
ทางด้านอัตราเงินเฟ้อของไทยก็มีแนวโน้มปรับลดลงเรื่อยๆ เป็นผลมาจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงเหลือต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ประกอบกับการที่กระทรวงพลังงานปรับโครงสร้างราคาพลังงานทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลง แต่ราคาก๊าซแอลพีจีและราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นไปตามกลไกตลาด แต่โดยรวมแล้วเงินเฟ้อไม่สูงขึ้น
ในทางวิชาการหากเงินเฟ้อชะลอตัวลงต่อเนื่อง 3-4 เดือน ก็เริ่มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังคงอยู่ในช่วงเศรษฐกิจฝืด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง 83% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทำให้กำลังซื้อของครัวเรือนลดลง
ดังนั้น การคาดหวังของตลาดที่จะให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยนโยบายลง จึงเกิดขึ้นมาตลอดทั้งปี ซึ่งในปีนี้ ธปท.ลดดอกเบี้ยลงไป 1 ครั้งในช่วงต้นไตรมาส 2 เพราะเศรษฐกิจหดตัวแรงมากจากการชุมนุมทางการเมือง แต่หลังจากนั้นมาแรงส่งการบริโภคก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งสุดท้ายของปีนี้ ตลาดก็ยังคาดหวังอยู่ว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากปัจจุบันที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับ 2% แต่ปรากฏว่า กนง.ยังมีมติที่จะให้คงดอกเบี้ยไว้ก่อน โดยเห็นว่าเศรษฐกิจยังมีแรงส่งที่จะฟื้นตัวได้ การลดดอกเบี้ยคงจะกระตุ้นการบริโภคในประเทศได้น้อย
โดยหน้าที่ของ ธปท.จะเน้นหนักไปในการดูแลเสถียรภาพมากกว่าที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ดังนั้นหาก กนง.ตัดสินใจที่จะยังไม่ลดดอกเบี้ยก็แสดงว่ามองไปในระยะยาวแล้ว ธปท.ไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ อย่ามองว่านโยบายดอกเบี้ยเป็นยาวิเศษที่เมื่อลดดอกเบี้ยแล้วเศรษฐกิจจะฟื้นตัว แต่ถ้าลดดอกเบี้ยไปแล้ว การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐยังอืดเป็นเรือเกลือ ไม่มีเงินใหม่หมุนเวียนออกมาในระบบ การลดดอกเบี้ยก็ไม่ได้ทำให้มีเงินใหม่หมุนเวียนออกมากระตุ้นเศรษฐกิจได้อยู่ดี
ดังนั้น การจะให้แรงส่งการบริโภคในประเทศฟื้นตัว ก็ต้องดำเนินทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลังไปพร้อมกันทั้งสองขา เพื่อให้แรงดันเศรษฐกิจมีมากยิ่งขึ้น
หากพิจารณาจากปัจจัยต่างประเทศควบคู่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ก็น่าจะหนักใจว่าเศรษฐกิจในปีหน้าจะต้องอาศัยการบริโภคในประเทศเป็นแรงผลักดันมากกว่าจะหวังพึ่งการส่งออก ที่ยังน่าห่วงว่าการส่งออกปีหน้าจะฟื้นตัวได้จริงหากเศรษฐกิจโลกยังมีปัญหา







