
ทางออกรูเบิ้ล
บทบรรณาธิการไฟแนนเชียลไทมส์ แสดงทัศนะหลังจากที่ค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง มากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 1998 ว่า สาเหตุส่วนหนึ่งของค่าเงินรูเบิ้ลที่อ่อนค่าลง มาจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกเหนือวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รัสเซียมีส่วนเกี่ยวก้อง และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นการส่งออกหลักของประเทศที่เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการส่งออกอย่างรัสเซีย
บทบรรณาธิการไฟแนนเชียลไทมส์ แสดงทัศนะหลังจากที่ค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง มากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 1998 ว่า สาเหตุส่วนหนึ่งของค่าเงินรูเบิ้ลที่อ่อนค่าลง มาจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกเหนือวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รัสเซียมีส่วนเกี่ยวก้อง และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นการส่งออกหลักของประเทศที่เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการส่งออกอย่างรัสเซีย
ดังนั้น แม้ว่าปัญหาน้ำมันจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจรัสเซียย่ำแย่ แต่หากรัสเซียจัดการยุติปัญหาวิกฤตยูเครนเสีย จะทำให้ประเทศชาติยุโรปและสหรัฐยกเลิกการคว่ำบาตร และสร้างความมั่นใจส่วนหนึ่งกลับคืนมาให้แก่ตลาดรัสเซีย
ก่อนหน้านีี้รัสเซียใช้วิธีการจัดการปัญหาค่าเงินรูเบิ้ลและเศรษฐกิจของประเทศอยูู่ 2 ทาง ได้แก่ การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยจาก 10.5% เป็น 17% ของธนาคารกลาง และการเข้าแทรกแซงค่าเงิน อย่างไรก็ตาม 2 ทางเลือกที่ได้กล่าวมากลับล้มเหลว เนื่องจากค่าเงินรูเบิ้ลที่อ่อนค่าลง ได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจที่ปรับตัวลดลงรุนแรง ภายหลังจากประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย หันไปใส่ใจกับปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์มากเสียกว่าการจัดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ
ไฟแนนเชียลไทมส์แสดงความคิดเห็นว่า จริงอยู่ที่รัสเซียเป็นประเทศเปิดและเป็นประเทศทุนนิยม แต่จากจุดยืนในปัญหาวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งยูเครนและไครเมียที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนรวมถึงคนทั่วไปไม่มั่นใจในจุดยืนการเป็นประเทศเปิดของรัสเซีย
ไฟแนนเชียลไทมส์ระบุทิ้งท้ายไว้ว่า การจัดการวิกฤตยูเครนจะช่วยให้ต่างชาติลดความกดดันเศรษฐกิจของรัสเซีย อย่างไรก็ตามยังมีความกังวลอยู่ดีว่า การตอบสนองของรัสเซียต่อปัญหาทางเศรษฐกิจดังกล่าว จะยิ่งทำให้ปัญหาดังกล่าวนั้นย่ำแย่ลงไปอีกด้วยซ้ำ







