
มาร์คมั่นใจประชาชน80%หนุนแผนปรองดอง
นายกรัฐมนตรี มั่นใจมีประชาชน 80% หนุนแผนปรองดอง แนะองค์กรด้านการศึกษากระตุ้นเยาวชนสนใจการเมือง มีส่วนร่วมในแผนปรองดอง
นายกรัฐมนตรี มั่นใจมีประชาชน 80% หนุนแผนปรองดอง แนะองค์กรด้านการศึกษากระตุ้นเยาวชนสนใจการเมือง มีส่วนร่วมในแผนปรองดอง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างพบกับผู้บริหารองค์การมหาชนจำนวน 28 คน เพื่อรับทราบแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติว่า ปัญหาสังคมช่วงหนึ่งหลายคนมองว่าเป็นปัญหาการเมือง แต่สิ่งที่เริ่มจากการต่อสู้ทางการเมืองกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา กลายเป็นปัญหาความมั่นคง และผลจากการแก้ปัญหา ทำให้มิติทางสังคมมีความสำคัญมาก เพราะแต่ละฝ่ายมีมุมมองต่อเหตุการณ์ที่แตกต่างกัน บางเรื่องถูกขยายผล โดยคนที่ต้องการความรุนแรง ความเกลียดชัง ดังนั้นสภาพปัญหาขณะนี้ ถือว่าลึกพอสมควร ถ้ามีการวัดได้ใกล้เคียงวิทยาศาสตร์ ที่สุดคงเป็นกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข วัดเรื่องความรุนแรงของอารมณ์ทางการเมือง โดยระบุว่าปกติระดับความรุนแรงของอารมณ์ทางการเมือง จะอยู่ที่ร้อยละ 10 แต่ขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 24 จึงต้องจัดทำแผน เพื่อให้ลดลงเหลือประมาณร้อยละ 15-20 ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี แต่ถ้าจะให้กลับไปอยู่ในระดับปกติ ยังไม่มีการพูดชัดเจนว่า ต้องใช้เวลาแค่ไหน
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงข้อจำกัดในการขับเคลื่อน โดยอาศัยภาครัฐและราชการ ซึ่งอาจจะถูกมองว่า เป็นเครื่องมือที่ชัดเจนที่สุดของรัฐ ในการทำหลายเรื่อง จึงไม่ง่าย แม้ว่าตนมั่นใจว่าคนร้อยละ 70-80 ที่สนับสนุนแนวทางนี้ แต่มีอย่างน้อยร้อยละ 20 ที่ระแวง ต่อต้าน คัดค้าน แต่รัฐบาลไม่คิดว่าจะทอดทิ้งในส่วนนี้แน่นอน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 17 มิ.ย. นี้ ตนเองจะนัดคุยกับตัวแทนภาคประชาชน เพื่อคัดเลือกตัวบุคคลที่จะเข้าทำหน้าที่เป็น คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย โดยปฏิเสธว่า ยังไม่ตัดสินใจให้ นายอานันท์ ปันยารชุน นั่งตำแหน่งนี้ แต่ทั้งหมดต้องฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกด้วยว่า น่าดีใจที่มีหลายคนที่เสนอตัวพร้อมจะทำงาน โดยไม่ต้องมีการร้องขอ ขณะที่ข่าวการไล่ล่า แกนนำ นปช. นั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายไล่ล่า แกนนำ นปช. หรือใครๆ เนื่องจากมีนโยบายชัดเจน ตั้งแต่สมัยที่ทำงานใน ศอฉ. แล้วว่า ความรุนแรงจะต้องไม่เกิดจากฝ่ายรัฐบาล นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณี นายคณิต ณ นคร จะเข้าพบ แกนนำ นปช. ที่ ค่ายนเรศวร ในวันที่ 14 มิ.ย. ว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า นายคณิต ตั้งใจและพยามยามหาข้อเท็จจริง มาให้ประชาชนรับทราบ ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เข้าพบนั้น เป็นการเข้าพบเพื่อหารือเรื่องการปฏิรูปข้าราชตำรวจ เท่านั้น
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึง เหตุการณ์เผาโรงเรียนมหิดลว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และเป็นอุทธาหรณ์ว่า ถ้าไม่ระวังภาพของความรุนแรง จะซึมเข้าไปอยู่ในความรับรู้ และมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนได้ ดังนั้น จึงต้องทำให้เห็นเร่งด่วนว่า เป็นปัญหาของทุกคน ดังนั้น หลายองค์การมหาชน ที่ทำงานด้านการศึกษาและการวิจัย จะช่วยได้มาก เพราะสามารถสัมผัสสถาบันการศึกษา เด็ก เยาวชน ได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่มีคนมองว่า คนหนุ่มสาว เยาวชน ไม่ตื่นตัวในเรื่องปัญหาการเมือง ปัญหาสังคม ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จึงต้องพยายามช่วยกระตุ้น โดยจัดกิจกรรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปรองดองได้







