
"สมหมาย" แจงภาษีมรดกลดเหลื่อมล้ำ
สมหมายย้ำภาษีมรกดลดเหลื่อมล้ำนำเงินพัฒนาประเทศ สนช. ห่วงได้ไม่คุ้มเสีย ยกตัวอย่าง 12 ประเทศยกเลิกแล้ว
สมหมายย้ำภาษีมรกดลดเหลื่อมล้ำนำเงินพัฒนาประเทศ สนช. ห่วงได้ไม่คุ้มเสีย ยกตัวอย่าง 12 ประเทศยกเลิกแล้ว
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร โดยนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ชี้แจงหลักการและเหตุผลของ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดกว่า เนื่องจากที่ผ่านมาการถ่ายโอนทรัพย์สินทางกองมรดกไม่ต้องเสียภาษี ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม จึงควรจัดเก็บเพื่อไปพัฒนาพัฒนาประเทศยกระดับการดำรงชีพประชชนยากไร้โดยไม่ให้กระทบผู้ได้รับมรดกพอสมควรกับการดำรงชีพ
ส่วนร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เป็นการแก้ไขให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การการรับมรดก ซึ่งประมวลรัษฎากรยังมีการงดเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะ โดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งจากโอนกรรสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองอสังหาริมทรัพโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม จึงต้องปรับแก้ไข
นายสมหมาย กล่าวว่า ปัจจุบันรายได้จากการเก็บภาษีอยู่ที่ 18% ต่อจีดีพี ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วสูงถึง 30-40 % ซึ่งการจัดเก็บภาษีสูงไม่ได้หมายความว่าไปรีดเค้นจากประชาชน แต่เป็นการเก็บเพื่อให้มีการกระจายรายได้ไม่ไปกระจุกคนกลุ่มหนึ่ง และเอาเงินมาพัฒนาประเทศ การจัดเก็บภาษีมรดก 10 % จากส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท จะทำให้ภาษีขยับอยู่ที่ 21-22%
ทั้งนี้ ภาษีมรดกไม่ใช่เรื่องใหม่หลายประเทศมีการจัดเก็บตั้งแต่ 20-40 % และของไทยไม่ได้เก็บจากมรดกบาทแรกแต่เก็บจากเงินที่เกิน 50 ล้านบาทสมมติ มรดก 200 ล้านบาท แบ่งให้ลูกสามคนคนก็จะเก็บเฉพาะส่วนที่เกินคนละ 50 ล้านบาท คือประมาณ 10 กว่าล้านเก็บคนละ 10 % ก็คนละล้านกว่าบาท ไม่ได้สูงมาก อย่าง ฟิลิปินส์ เก็บขั้นบันได เวียดนามเก็บเท่าไทย เกาหลี 10-50 % นอกจากนี้ หากคนไม่มีเงินชำระภาษีก็สามารถผ่อนจ่ายได้ 5 ปี โดย 2 ปีแรกไม่เสียดอกเบี้ย หรือหากไม่มีเงินก็สามารถไปจัดตั้งเป็นกองมรดก หรือหากโอนในช่วงนี้
นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ สนช. อภิปรายว่า 12 ใน 25 ประเทศ ที่จัดเก็บภาษีมรดกปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ ฯลฯ สาเหตุเพราะ ไม่คุ้มค่าการจัดเก็บ หรือ ไม่ต้องการให้รายได้ออกไปนอกประเทศจากการหลบเลี่ยงภาษีมรดก และ สัดส่วน 10 % นั้นถือว่าสูงเป็นลำดับที่ 5 ของโลก และถูกมองว่าก่อนจะมาเป็นมรดกได้ผ่านการเก็บภาษีมาแล้วทั้งภาษีเงินได้ และภาษีธุรกิจการมาจัดเก็บภาษีมรดกจะต้องไม่ทำให้ถูกมองว่าเป็นการเสียสองต่อ
อย่างไรก็ตามเห็นว่ายังมีทางเลือกทั้การเพิ่มการจัดเก็บภาษีฟุ่มเฟือยทั้งรถยนต์ เหล้า บุหรี่ ที่จะทำให้การจับเก็บรายได้เพ่ิมขึ้น ดังนั้นจึงอายากให้พิจารณาให้รอบคอบว่าจะจัดเก็บภาษีมรดกหรือไม่ และจะจัดเก็บเท่าไหร่
นายโกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ สนช. กล่าวว่า สนับสนุนการจัดเก็บภาษีมรดก แต่ประเทศเล็กๆ ในอาเซียนซึ่งเคยจัดเก็บภาษีมรดก 6 ปีที่แล้วยกเลิกการจัดเก็บภาษีมรดก ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ ทำให้ประเทศนั้นได้ประโยชน์มหาศาล เปิดโอกาสให้เศรษฐีไทยนำเงินไปเก็บไว้ประเทศอื่นซึ่งไม่ต้องเสียภาษีมรดก ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ ทั้งในประเด็นการบริหารจัดการที่ต้องอย่าให้มีค่าใช้จ่ายในการป้องกันหลบเลี่ยงภาษีมรดก สูงกว่ารายได้จัดเก็บภาษี ดังที่หลายประเทศประสบมาแล้ว อีกทั้งต้องอย่าให้เกิดความไม่เป็นธรรรมกับคนชั้นกลาง ผู้ประกอบการ เอ็สเอ็มอีที่ทุ่มเททำงานที่จะต้องมาเสียภาษีทับซ้อน รวมถึงทายาทผู้เยาว์ที่อาจประสบปัญหาไม่สามารถช่วยตัวเองได้ในการรับมรดก
นายสมชาย แสวงการ สนช. อภิปรายว่า ฝากให้พิจารณารอบด้านทำแล้วไม่เกิดการลดการออมในประเทศ ต้องจัดการรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน เพราะนักวิชาการหลายมหาวิทยาลัยตรงกัน ว่าภาษีมรดกยังเป็นปัญหายังไม่สามารถแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำตรงจุด ดังนั้นคิดกฎหมายนี้แล้ว ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับส่วนอื่นๆ ด้วย จึงอยากให้ผลักดันกฎหมายภาษีอื่นๆ ทั้งภาษีทีด่ิน สิ่งปลูกสร้าง ลดความเหลื่อมล้ำ ที่ต้องนำเข้าสู่สภาโดยเร็ว
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า ในส่วนของที่ดินการเกษตรจะมีการยกเว้นหรือไม่ เช่น ถ้า ถนนตัดผ่าน แล้วทำให้ที่ดินเกษตรราคาสูง และต้องการเก็บที่ดินไว้ทำการเกษตรต่อไป ควรจะงดเว้นภาษีหรือไม่ และเจ้าของที่ดินที่เป็นบริษัทเกษตรรายใหญ่ จดเป็นอภิมหาเศรษฐีจะได้รับการงดเว้นหรือไม่ต้องการให้มีหลักเกณฑ์ความชัคดเจน และส่วนตัวสนับสนุนกับการจัดเก็บภาษีแบบขั้นบันไดเพื่อทำให้เกิดการปรับตัว จากน้อยไปหามากทำให้ไม่เกิดการหลบเลี่ยง
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. กล่าวว่า มีความเป็นห่วงการจัดเก็บภาษีมรดกเพราะการจัดเก็บไม่แน่นอน รายได้น้อยแต่มีภาระมาก ห่วงว่าหากกระทรวงการคลังที่ตั้งป้าหมายเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ จะทำได้จริงหรือไม่เพราะหากมีการตั้งกองมรดก มูลนิธิ ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงภาษี ยังไม่รวมกับการโยกย้ายไปยังต่างประเทศ อีกทั้ง สงสัยว่าทำไมถึงเก็บเฉพาะภาษีการรับมรดก แต่ไม่เก็บในส่วนของกองมรดก ที่เคยทำมาแล้วตั้งแต่ปี 2476 แต่ยกเลิกไป ทั้งที่ทำให้รายได้เข้ารัฐเป็นกอบเป็นกำ และ ประเมินครั้งเดียวผลระยะยาว และในส่วนที่กำหนดมรดกขั้นต่ำ 50 ล้าบาท ที่ต้องเสียภาษีนั้นต่อไปเงินเฟ้อแต่ละปีจะทำให้ค่าเงินน้อยลงและกลายเป็นภาระผู้มีรายได้น้อยได้
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ สนช. กล่าวว่า เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาจัดเก็บภาษีมรดก ซึ่งอาจมีผลกระทบกับบริษัทข้ามชาติ ดังนั้น จะทำอย่างไรเชิญชวนประกอบธุรกิจในไทย ปราศจากเงื่อนไข และกรณีนำภาษีที่ได้ไปใช้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ควรมีหลักประกันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการยกระดับชีวิตยากไร้ซึ่งไม่ควรอยู่ในงบประมาณ ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า จะไปพัฒนาแบบไหน และหากจะเก็บภาษีต้องให้เวลากับผู้ประกอบการในการเสียภาษีมรดก อีทั้งการมีกฎหายนี้จะเป็นการเร่งให้มีการโอนเงินให้ทายาทอาทำให้เป้นการสร้างแตกแยกภายในครอบครัวเร็วขึ้น
นายสมหมาย ชี้แจงว่า สาเหตุที่เก็บภาษีมรดกในอัตราคงที่ไม่ขั้นบันได นั้นเนื่องจากเราเจตนาเก็บจากผู้มีรายได้สูง มากกว่าผู้มีรายได้ปานกลางอยู่แล้วดังจะเห็นได้จากการกำหนดเก็บภาษีจากในส่วนมรดกที่เกิน 50 ล้านบาท ถือว่าสูงแล้ว ส่วนหลายประเทศที่ยกเลิกภาษีมรดกนั้น ยกตัวอย่างประเทศนอร์เวย์ เป็นเพราะเขามีระบบภา ษีการกระจายรายได้ที่ดีมาก คนนอร์เวย์ไม่มีรวยมากจนมาก ไม่เหลื่อมล้ำ เขาใช้การเก็บภาษีอื่นได้ แต่ที่ไทยต้องเก็บภาษีมรดกเพราะเป็นสัญลักษณ์อันหนึ่งและ ลดความเหลื่อมล้ำ ควบคู่ไปกับภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ขยายฐานภาษีที่มีประสิทธิภาพ
นายสาธิต รังคสิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ประเด็นปัญหาที่ห่วงกันว่าผู้รับมรดกจะไม่สามารถชำระภาษีได้ หากเป็นในส่วนของที่ดินต่างจังหวัดส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท คงไม่เป็นภาระเท่าไหร่ แต่ในส่วนที่ดินที่มีราคาแพงอย่างย่านเยาวราช ข้อเท็จจริงก็มีการทำธุรกิจควบคู่ไปกับที่อยู่อาศัยจึงมีความสามารถชำระภาษี อีกทั้งกฎหมายเปิดให้ผ่อนชำระ 5 ปี 2 ปีแรก ไม่มีดอกเบี้ย และหากยังมีปัญหาก็ยังสามารถทำเป็นกองมรดกที่จะไม่ต้องเสียภาษีจนกว่า เขาจะขายมีเงินมาชำระภาษี







