
รูเบิ้ลกู่ไม่กลับรัฐบาลซื้อสู้
ค่าเงินรัสเซียยังอ่อนค่าไม่หยุด จนกระทรวงการคลังรัสเซียต้องใช้มาตรการฉุกเฉินด้วยการเริ่มเข้าแทรกแซงค่าเงินรูเบิ้ล ด้วยการเข้าซื้อเงินรูเบิ้ล โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า อาจจะต้องใช้เงินถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.24 แสนล้านบาท) ค่าเงินยังอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน ปรับลดลงไปอีก 0.9% ไปอยู่ที่ 68.10 รูเบิ้ล/เหรียญสหรัฐ
ค่าเงินรัสเซียยังอ่อนค่าไม่หยุด จนกระทรวงการคลังรัสเซียต้องใช้มาตรการฉุกเฉินด้วยการเริ่มเข้าแทรกแซงค่าเงินรูเบิ้ล ด้วยการเข้าซื้อเงินรูเบิ้ล โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า อาจจะต้องใช้เงินถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.24 แสนล้านบาท) ค่าเงินยังอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน ปรับลดลงไปอีก 0.9% ไปอยู่ที่ 68.10 รูเบิ้ล/เหรียญสหรัฐ
ทางด้าน อเล็กซี มอยเซเยฟ รัฐมนตรีช่วยการคลังของรัสเซีย ยืนยันว่า รัฐบาลจะขายค่าเงินนสกุลต่างประเทศมากที่สุด และนานเท่าที่จำเป็นเพื่อผ่อนคลายแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับเงินรูเบิ้ลให้ได้
เมธี สุภาพงษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ระบุว่า ที่คณะกรรมการ 5 ต่อ 2 เสียงของที่ประชุม กนง.มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% โดยเสียงส่วนน้อย 2 เสียงให้ลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยประคับประคองให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง แต่รัฐบาลควรเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่เสียงส่วนใหญ่เห็นว่านโยบายการเงินผ่อนปรนอยู่แล้ว จึงเห็นควรคงดอกเบี้ยไว้ก่อน
เมธี กล่าวถึงวิกฤตเศรษฐกิจในรัสเซียว่า ส่งผลต่อภาคท่องเที่ยวไม่มาก เพราะที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียมีน้อยลง แต่ต้องติดตามผลทางอ้อมที่จีนและยุโรปจะได้รับผลกระทบมาก เพราะทำการค้ากับรัสเซีย และเจ้าหนี้ของรัสเซียส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป
อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของรัสเซียน่าเป็นห่วง และเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่ต้องจับตาของเศรษฐกิจโลกปีหน้า จากเดิมที่มองไว้เพียง 3 เสาหลัก คือ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และจีน โดยการแก้ปัญหาของรัฐบาลรัสเซียในการสกัดค่าเงินรูเบิ้ลที่อ่อนค่าหนักด้วยการขึ้นดอกเบี้ย 6.5% ในครั้งเดียวยังไม่พอ ต้องมีมาตรการที่เด็ดขาดกว่านี้ เพราะคนเริ่มกังวลแล้วว่าระบบสถาบันการเงินในรัสเซียจะรับสถานการณ์ความผันผวนตลาดเงินไหวหรือไม่
ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ทำให้รายได้รัฐบาลรัสเซียลดลง มีความเสี่ยงที่รัสเซียจะผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศ ซึ่งหากเกิดขึ้นเจ้าหนี้อาจจะดึงเงินกลับ เงินทุนจะทะลักไหลออกจากรัสเซีย มีความเสี่ยงที่จะเห็นมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน (แคปปิตอล คอนโทรล) อีกหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม วิกฤตรัสเซียไม่น่าจะลามไปยังยุโรปมาก เพราะเงินกู้ต่างประเทศของรัสเซียกระจายในหลายประเทศ โดยเจ้าหนี้หลักเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น สหรัฐ ซึ่งประเทศเหล่านี้คงมีการป้องกันความเสี่ยงไว้แล้ว
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองภายในประเทศรัฐเซีย รวมถึงค่าเงินรูเบิ้ลที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ชาวรัสเซียเดินทางมาไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง เดือน ม.ค.-พ.ย.ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางผ่านสมาชิกแอตต้าลดลง 27% เทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะเดือน ต.ค. ลดลง 30% และเดือน พ.ย. ลดลง 40% ซึ่งประเมินว่าในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้ ตลาดรัสเซียจะลดลงกว่า 40%
ทั้งนี้ จากปัญหาดังกล่าว นักท่องเที่ยวจะชะลอการเดินทางออกนอกประเทศ บางส่วนจะมองหาเส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้นิยมเดินทางท่องเที่ยวประเทศเวียดนามทดแทนประเทศไทย เพราะมีราคาค่าแพ็กเกจที่ถูกกว่า
ธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ภาพรวมนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน ม.ค.-พ.ย. เดินทางประมาณ 1.4 ล้านคน ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ค่าเงินภายในประเทศ ซึ่ง ททท.เตรียมประชุมหารือร่วมกับด้านนโยบายและแผนในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ เพื่อปรับแผนกลยุทธ์การตลาดปี 2558 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมถึงปรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงด้วย
“รัสเซียเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวไทย โดยปีที่ผ่านมา 1.7 ล้านคน ส่วนปีนี้อาจเหลือ 1.5 ล้านคน ซึ่งรัสเซียมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาไทยเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและมาเลเซีย ตามลำดับ ปีนี้สร้างรายได้ประมาณ 9.8 ล้านหมื่นบาท ลดลง 2% ส่วนจะลดลงมากน้อยเพียงใดต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง” ธวัชชัย กล่าว
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียที่อ่อนค่าลง ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ในทางการค้าแล้ว เชื่อว่าจะมีการเจรจาต่อรองในเรื่องราคา เนื่องจากสินค้าที่ไทยส่งออกไปส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอาหาร ซึ่งรัสเซียยังมีความต้องการอยู ่มากและยังต้องซื้อสินค้าจากไทย เพียงแต่มีการเจรจาให้ช่วยลดราคาสินค้าลงบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติเพราะการค้าขายมีการเจรจาต่อรองอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจรัสเซียตอนนี้แม้ค่าเงินจะอ่อนค่าลง แต่ถ้ามองถึงการส่งออกน้ำมันของรัสเซียก็จะได้มูลค่าเพิ่มขึ้น ดังนั้นแม้จะต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากค่าเงินที่อ่อนค่า แต่ก็ยังมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันมาชดเชย ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียมากนัก







