
คนร.เพิ่มงบสายสีแดง8พันล้าน
ซูเปอร์บอร์ดสั่งลงเงินเพิ่ม 8,000 ล้าน ปรับรางรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต รองรับรางมาตรฐาน
ซูเปอร์บอร์ดสั่งลงเงินเพิ่ม 8,000 ล้าน ปรับรางรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต รองรับรางมาตรฐาน
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการแก้ไขแบบรายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยให้ปรับขนาดรางให้สามารถรองรับการเดินรถไฟขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตรด้วย จากแบบเดิมที่เป็นรางขนาด 1 เมตรเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการลงทุนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ และทำให้สถานีบางซื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรถไฟแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
สำหรับการแก้ไขรายละเอียดโครงการครั้งนี้ จะทำให้วงเงินก่อสร้างงานโยธาเพิ่มขึ้น 8,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีวงเงิน 7.2 หมื่นล้านบาท โดยที่ประชุมมอบให้กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่กำกับดูแลการปรับเพิ่มกรอบวงเงินค่าก่อสร้างให้มีความเหมาะสมและโปร่งใส โดยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการกำหนดราคากลางด้วย
นายกุลิศ ระบุว่า คนร.ได้เร่งรัดการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งพบว่ามีความล่าช้าจากแผนมาก และมอบหมายให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เร่งรัดการก่อสร้างให้ได้ตามแผนหลังจากที่มีการปรับแบบก่อสร้างใหม่แล้วเสร็จ
นายกุลิศ กล่าวว่า คนร.ยังได้พิจารณาแผนการแก้ไขปัญหาบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม โดยขอให้ทั้งสองหน่วยงานไปเพิ่มเติมในส่วนแผนการลดค่าใช้จ่ายลงไม่น้อยกว่า 10% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จากเดิมที่เสนอลดค่าใช้จ่ายลงหน่วยงานละ 5%
พร้อมกันนั้น คนร.เห็นชอบกรอบการดำเนินงานโครงการโทรคมนาคมของประเทศ โดยให้ภาครัฐคงบทบาทการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ เคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ โทรศัพท์พื้นฐาน และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ซึ่งอาจจะต้องมีการจัดตั้งบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาดูแลการลงทุน แต่จะเป็นรูปแบบใดนั้น จะมีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามาพิจารณาแนวทางการลงทุน
อย่างไรก็ตาม คนร.ได้สั่งการให้ทีโอที และ กสทฯ ลดบทบาทงานด้านการเป็นศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (ไอดีซี) และคลาวด์ ซึ่งเอกชนทำได้ดีอยู่แล้วลง ส่วนกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี ตลอดจนกลุ่มเสาโทรคมนาคม จะให้บริษัทที่ปรึกษาไปพิจารณาว่าให้ทำต่อไปหรือไม่ หากทำต่อจะต้องมีกลยุทธ์การตลาดที่แข่งขันได้ด้วย
นอกจากนี้ คนร.รับทราบการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบ 2558 (ต.ค.-พ.ย. 2557) ซึ่งพบว่าที่มีการเบิกจ่าย 1.01 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าหมาย 1.91 หมื่นล้านบาท จากงบลงทุนในปีงบ 2558 ที่มีทั้งสิ้น 3.73 แสนล้านบาท







