posttoday
สปช.ค้านเลือกนายกฯโดยตรงหวั่นซื้อเสียงหนัก

สปช.ค้านเลือกนายกฯโดยตรงหวั่นซื้อเสียงหนัก

17 ธันวาคม 2557

"สมบัติ" เสนอเลือกนายกฯโดยตรง ยันไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี "ปู่ชัย" ค้านสุดตัว ชี้ซื้อเสียงจะระบาดหนักถึงขั้นจ่ายหัวละ 5,000

"สมบัติ" เสนอเลือกนายกฯโดยตรง ยันไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี "ปู่ชัย" ค้านสุดตัว ชี้ซื้อเสียงจะระบาดหนักถึงขั้นจ่ายหัวละ 5,000

เมื่อเวลา14.30น. การประชุมสภานปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เข้าสู่การพิจารณารายงานและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปการเมือง โดยนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกมธ.ได้นำเสนอรายงานของคณะกมธ.ต่อที่ประชุมสปช.

นายสมบัติ กล่าวว่า ระบบรัฐสภาของไทยในปัจจุบันมีปัญหาตรงที่รัฐบาลเสียงข้างมากมีอำนาจเด็ดขาดเหนือทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจการตรวจสอบอ่อนแอ จนเกิดการทุจริตรุนแรงและส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เพราะงบประมาณของประเทศไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชน ก่อให้เกิดสภาพรวยกระจุก จนกระจาย ดังนั้น ในคณะกมธ.เสนอว่าควรนำแนวทางการประยุกต์หลักการแบ่งแย่งอำนาจมาใช้เพื่อแก้ไข กล่าวคือ ให้ประชาชนเป็นผู้เลือกฝ่ายบริหารโดยตรง โดยไม่ได้เป็นการลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

นายสมบัติ กล่าวว่า รูปแบบนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถมีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติได้ ผ่านการไม่ให้นายกฯมีอำนาจยุบสภาเพราะที่ผ่านมาการยุบสภามักจะใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ส่วนสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจเสนอกฎหมายได้ทุกประเภทแม้แต่กฎหมายการเงิน ข้อดีของระบบนี้ คือ ประชาชนสามารถตรวจสอบประวัติบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้ก่อนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องเลือกคนดีมาให้ประชาชนพิจารณาเพื่อให้พรรคชนะเลือกตั้ง ที่สำคัญรัฐบาลจะมีเสถียรภาพเพราะจะไม่มีการยุบสภา และฝ่ายรัฐบาลไม่จำเป็นต้องอุปถัมภ์สส.จนเกิดปัญหาการทุจริตในงบประมาณ สำหรับเรื่องการถ่วงดุลอำนาจนั้นฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบและส่งฟ้องคดีต่อศาลการเมืองได้โดยตรง ด้วยระบบตรวจสอบดังกล่าวทำให้เชื่อว่าจะไม่มีการอ้างว่าตัวเองมาจากประชาชน 30 ล้านเสียงได้อีก

"ส่วนข้อห่วงใยเรื่องการเลือกฝ่ายบริหารโดยตรงของประชาชนจะเป็นระบบประธานาธิบดีนั้นทางคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาเหมือนกัน แต่มีความเห็นว่าระบบประธานาธิบดีจะเป็นระบบประธานาธิบดีได้ก็ต่อเมื่อหัวหน้าฝ่ายบริหารเป็นประมุขของประเทศด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อเราเลือกบุคคลให้มาทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียว และพระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของประเทศอยู่ ก็ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี และยังยืนยันว่าถ้าเป็นระบบประธานาธิบดีจริงทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากคงไม่เอา คว่ำไปตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะพวกเราทุกคนมีความจงรักภักดี ข้อเสนอทั้งหมดนี้ไม่ใช่ของผมเพียงคนเดียว แต่เป็นข้อเสนอของคณะกมธ.ปฎิรูปการเมืองเสียงข้างมาก" นายสมบัติ กล่าว

ต่อมา สมาชิกสปช.ได้ทยอยอภิปรายข้อเสนอของคณะกมธ. ซึ่งส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งฝ่ายบริหารโดยตรง

นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสปช. กล่าวว่า ระบบดังกล่าวไม่สามารถขจัดระบบนายทุนให้ออกจากระบบพรรคการเมือง เพราะผู้บริหารพรรคจะสามารถหาเงินสนับสนุนจากนายทุนได้มากขึ้น เพื่อนำเงินนั้นไปช่วยสส.ในการสมัครเลือกตั้ง

"เมื่อก่อนเลือกสส.คนเดียวอาจจ่ายหัวละ 100-500 บาท แต่ถ้าเป็นการเลือกตั้งสส.และคณะรัฐมนตรีจะใช้เงินต่อหัว 1,000-5,000 บาท หรืออาจจะถึงหนึ่งหมื่นบาทด้วยซ้ำ ผมจึงวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกลไกสกัดการซื้อสิทธิขายเสียง และอยากให้นายกรัฐมนตรีมาจากผู้ที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเท่านั้นและต้องเป็นสส.ด้วย ถ้าไม่เป็นสส.ก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ส่วนที่มาของคณะรัฐมนตรีให้เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นผู้เห็นชอบ"นายชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี