posttoday
ยุบเลิก‘กอช.’ ระวังรัฐบาลตกม้าตาย

ยุบเลิก‘กอช.’ ระวังรัฐบาลตกม้าตาย

17 ธันวาคม 2557

ในที่สุด กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ก็คาราคาซังอีกครั้ง ไม่รู้ว่าจะยุบกองทุนดี หรือเดินหน้าต่อไปดี ทั้งที่กำลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 16 ธ.ค. อยู่แล้ว แต่อยู่ๆ กระทรวงการคลังก็กลับลำไม่ยอมเสนอตามแผนที่วางไว้

ในที่สุด กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ก็คาราคาซังอีกครั้ง ไม่รู้ว่าจะยุบกองทุนดี หรือเดินหน้าต่อไปดี ทั้งที่กำลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 16 ธ.ค. อยู่แล้ว แต่อยู่ๆ กระทรวงการคลังก็กลับลำไม่ยอมเสนอตามแผนที่วางไว้

สาเหตุเพราะเกิดกระแสนิยมของประชาชนที่แห่กันไปสมัครเข้าประกันสังคม ตามมาตรา 40 ในโค้งสุดท้ายที่ปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2557 โดยมียอดผู้สมัครที่มีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี กว่า 1.9 ล้านคน และผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60-65 ปีขึ้นไป ที่ส่วนใหญ่ไปต่อคิวเข้าทางเลือกที่ 3 อีกกว่า 2.5 แสนคน คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,000 ล้านบาท จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้ขยายเวลาเปิดรับสมัครอีก 10 วัน สำหรับประชาชนที่มีอายุเกิน 60 ปีที่ตกค้าง สมัครไม่ทัน หวังเอาใจคนเฒ่าคนแก่ที่เข้าคิวไม่ทัน

ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง หากรัฐบาลต้องการขยายเวลาการรับสมัครตามมาตรา 40 ให้ผู้สูงอายุ ก็จะต้องมีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาการเป็นผู้ประกันตน มาตรา 40 เพื่อขยายเวลารับสมัครใหม่ กระบวนการนี้ต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากกระทรวงแรงงาน ครม. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  (สนช.) ทำให้กว่าจะเปิดรับสมัครใหม่ได้ก็เดือน ก.พ. 2558

แต่ความที่ผู้สูงอายุมาสมัครกันอย่างล้นหลาม ทำให้กระทรวงการคลัง ต้องเก็บเรื่อง กอช. เข้าลิ้นชักไว้ก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง มีท่าทีว่าจะเดินหน้า กอช.ต่อไป โดยให้ธนาคารรัฐช่วยเป็นเคาน์เตอร์รับสมัครคนเข้าระบบ กอช. เพื่อลดต้นทุน และจะโอนผู้ประกันตนมาตรา 40 มาอยู่ใน กอช. ก่อนยุบมาตรา 40 ไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเองก็กำลัง “รักพี่เสียดายน้อง” เพราะทั้งการประกันตนตามมาตรา 40 และ กอช.ก็มีข้อดีไม่แตกต่างกัน

เริ่มจาก กอช. ที่พรรคประชาธิปัตย์ทำคลอดออกมาเป็น พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อสร้างหลักประกันให้กับผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบการออมในประกันสังคม เช่น แรงงานนอกระบบ ผู้มีอาชีพอิสระ ชาวไร่ ชาวนา ผู้สูงอายุ ประมาณ 24 ล้านคน

แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลเป็นพรรคเพื่อไทยที่ไม่ยอมเดินซ้ำรอยพรรคประชาธิปัตย์ ก็หันไปใช้มาตรา 40 ใน พ.ร.บ.ประกันสังคมมาเปิดทางให้ผู้มีอาชีพอิสระ ชาวไร่ ชาวนา ผู้สูงอายุ
มาสมัครได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช้ช่องทางมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม แต่กลับไปออกกฎหมายใหม่ เพื่อตั้ง กอช. สาเหตุเพราะต้องการแยก กอช.ออกจากการบริหารของสำนักงานประกันสังคม ที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารเงินที่ดีพอ จนนักวิชาการหลายคนประเมินว่า กองทุนประกันสังคมมีโอกาสจะขาดทุนในอีก 20 ปีข้างหน้า หลังจากที่ผู้ประกันตนเกษียณอายุมากขึ้น

ขณะที่ กอช.ถูกออกแบบให้เป็นการออมเงินระยะยาวที่ต้องบริหารไว้จ่ายให้ผู้เข้าโครงการในยามชรา ที่ต้องมีหลักประกันเรื่องเงินที่จ่ายพอสมควร จึงแยกให้ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ซึ่งปลอดภัยต่อเงินออมของผู้เข้าโครงการมากกว่า

การเลือกจะเดินหน้าหรือยุบ กอช. นอกจากจะมีประเด็นเรื่องการบริหารจัดการแล้ว ยังมีประเด็นการเมืองที่สอดแทรกอยู่ด้วย เป็นที่น่าหนักใจของ พล.อ.ประยุทธ์ และสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ว่าจะเลือกพี่ คือ กอช. หรือจะเลือกน้อง คือ มาตรา 40 เพราะถ้าเลือกน้อง ก็ต้องเลิกกับพี่ ด้วยการเสนอเรื่องเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยกเลิกกฎหมาย กอช.

เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ สมหมาย ก็อาจถูกยื่นถอดถอนเหมือนที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง เคยถูกพรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ฐานจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และจงใจใช้อำนาจขัดต่อ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) พ.ศ. 2554 และเข้าข่ายการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157   เพราะไม่เดินหน้ารับสมัครสมาชิกภายใน วันที่ 8 พ.ค. 2555-6 พ.ค. 2556 ตามกฎหมายกำหนด

แต่ถ้ารัฐบาลเลือกพี่ คือ กอช. ก็ต้องไปแก้พระราชกฤษฎีกา เพื่อยุบมาตรา 40 แล้วโอนผู้ประกันตนมาตรา 40 เข้ามาอยู่ใน กอช.

อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตเรื่องที่ผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไปแห่เข้าสมัครตามมาตรา 40 ที่อาจจะเข้าใจผิดว่า เมื่อเลือกประกันตนในทางเลือกที่ 3 คือผู้ประกันจ่ายเดือนละ 100 บาท รัฐจะสมทบให้ 100 บาท เมื่อครบ 1 ปีในปีหน้าแล้ว จะได้รับเงินก้อนพร้อมดอกผล แต่ข้อเท็จจริง คือ จะต้องจ่ายเงินเป็นเวลา 5 ปี หรือเมื่ออายุครบ 70 ปี จึงจะได้รับเงินก้อนออกมา

ซึ่งหากในปีหน้า ถอนเงินก้อนนี้ออกไม่ได้ ก็อาจจะมีข่าวว่ามีการแห่ขอออกจากมาตรา 40 ก็ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น กอช. หรือการประกันตนตามมาตรา 40 ล้วนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการออมให้กับแรงงานนอกระบบ ผู้มีอาชีพอิสระ หาบเร่ แผงลอย เอสเอ็มอี จำนวนถึง 24 ล้านคน หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ จะได้มีหลักประกันว่า เมื่อเกษียณอายุแล้วจะมีเงินก้อนหนึ่งเก็บไว้ใช้ โดยการจ่ายเงินเข้ากองทุนวงเงินรวมขนาดใหญ่ถึง 2.3 หมื่นล้านบาท ไม่นับรวมเงินสมทบจากรัฐบาล

ความสำคัญของการสร้างระบบการออมให้กับประชาชนในประเทศ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องตัดสินใจว่าจะโหนกระแสความนิยมปล่อยให้มีการเดินหน้าการประกันตน ตามมาตรา 40 ต่อไป ซึ่งมีความเสี่ยงว่าอาจจะมีการแห่ขอลาออกเพราะไม่ได้เงินตามที่คาดไว้

หรือจะเดินหน้า กอช. สร้างความรู้ความเข้าใจ และรณรงค์ดึงแรงงานนอกระบบ ผู้มีอาชีพอิสระมาเข้าระบบให้ได้ตามเป้าหมาย 24 ล้านคน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการออมอย่างทั่วถึงแล้วรัฐบาลยังมีฐานข้อมูลผู้เสียภาษีของผู้ประกอบอาชีพอิสระเป็นอานิสงส์ตามมาอีกด้วย

ชั่งน้ำหนักผลดี ผลเสียแล้ว การเดินหน้า  กอช.น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ทั้งต่อภาระการคลัง และการสร้างระบบการออมให้กับคนไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท