
ตร.เร่งตามคดีหมิ่นสถาบันในโลกออนไลน์
โฆษกสตช. เผย นายกฯ สั่งให้เร่งนำตัวคนผิด ม.112 มาลงโทษ ประสาน ไอซีที บล็อกช่องทางโซเชียลแล้ว ระบุ โยก ตำรวจ บช.ก. มีสมัครใจย้าย 10-20 ตำแหน่ง
โฆษกสตช. เผย นายกฯ สั่งให้เร่งนำตัวคนผิด ม.112 มาลงโทษ ประสาน ไอซีที บล็อกช่องทางโซเชียลแล้ว ระบุ โยก ตำรวจ บช.ก. มีสมัครใจย้าย 10-20 ตำแหน่ง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้ติดตามผู้กระทำผิดฐานหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา112 ว่า ตำรวจได้ตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบคดีหมิ่นรวมถึงตรวจสอบตามสื่อโซเชียลมีเดีย โดยได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศเนื่องจากตรวจสอบแล้วผู้ที่เผยแพร่ข้อความดังกล่าวอยู่ที่ต่างประเทศ2-3ราย ซึ่งยอมรับว่าเป็เรื่องยากในการติดตามตัวผู้กระทำความผิด ประกอบกับกฎหมายข้อตกลงในประเทศนั้นๆไม่ครอบคลุมข้อหานี้ จึงทำได้เพียงการประสานงานร่วมกัน เบื้องต้นทางกระทรวงไอซีที บล๊อคช่องทางต่างๆไม่ให้สามารถกระทำผิดได้
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการปรับแก้กฎหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลมีอำนาจตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมายจับได้ นั้นปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นการให้อำนาจมากจนเกินไป แต่เป็นการเพิ่มกำลังและประสิทธิภาพการทำงานเกี่ยวกับคดีความมั่นคงและการหมิ่นสถาบัน เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนและการข่าว
สำหรับกรณีที่มีผู้ปล่อยข่าวทำให้คนไทยมีความหวาดระแวง และทำให้หุ้นตกอย่างต่อนั้น ภายหลังจากตรวจสอบแล้วไม่พบความเชื่อมโยงกับผู้ที่กระทำผิดในลักษณะเดียวกันเมื่อปี 2552 แต่มีขบวนการผู้กระทำความผิดตามมาตรา112
นอกจากนี้การโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีผู้สมัครใจที่จะขอย้ายเองประมาณ10-20ราย ซึ่งมีทั้งผู้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเครือข่ายของอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางบางส่วนและบางส่วนสมัครใจ ซึ่งไม่ใช่เป็นการย้ายเพื่อการฟอกตัว หรือไปตำแหน่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นการสับเปลี่ยนทดแทนในตำแหน่งโดยผู้บังคับบัญชาตรวจสอบประวัติได้ ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการรับสินบนน้ำมันเถื่อน150ล้านบาทนั้น ยอมรับว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเรื่องจริงและจากการถอดรหัสจากบัญชีรายชื่อรับส่วยตรงกับคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหา รวมทั้งจำนวนเงินและรายชื่อค่อนข้างตรงกัน ซึ่งหลังจากนี้จะมีออกคำสั่งให้ตำรวจอีกจำนวนหนึ่งมาช่วยราชการอีก แต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง
ไม่สามารถบอกได้ว่ามีกี่ราย
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่สื่อในประเทศออสเตรเลียมีการนำเสนอว่าตำรวจไทยรีดไถนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนั้น ยอมรับว่าได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว พบว่ามีความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับมาเป็นตำรวจในพื้นที่ไม่ใช่ตำรวจท่องเที่ยว และภายหลังจากการตรวจสอบแล้วจะมีการชี้แจงต่างประเทศอีกครั้ง







