
เศรษฐกิจภาคใต้กระอัก ราคายางร่วงหนักสุดรอบ 4 ปี
ราคายางพาราที่ตกต่ำอย่างหนักที่สุดในรอบ 4 ปี ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้อย่างหนักหน่วง
ราคายางพาราที่ตกต่ำอย่างหนักที่สุดในรอบ 4 ปี ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้อย่างหนักหน่วง
วิฑูรย์ คู่พันธ์ทวี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พิธานพาณิชย์ ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ภาคใต้ตอนล่าง เปิดเผยว่า จากสภาวะยางพาราที่ตกต่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นลูกโซ่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะที่กระทบหนักคือสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า บ้านที่อยู่อาศัย ส่วนสินค้าอุปโภค บริโภค ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเพราะคนต้องกินต้องใช้
“ตอนนี้ผลกระทบเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เดิมหนี้ที่สงสัยว่าจะเสียมีประมาณ 3-4% แต่ตอนนี้เพิ่มขึ้นถึง 7% แล้ว ผู้ค้ารถรายย่อยรายเล็กตามอำเภอต่างๆ เริ่มทยอยปิดกิจการกันแล้ว” ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และจักรยานยนต์รายใหญ่ในภาคใต้ฉายภาพรวมให้เห็น
ด้านผู้จำหน่ายรถยนต์โดยเฉพาะรถกระบะ ที่ยอดขายเคยขยายตัวกว่า 30% ในช่วงที่ยางพาราราคาดีเกือบแตะระดับกิโลกรัม (กก.) ละ 200 บาท ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับนโยบายรถคันแรก เอกภัทร ชำนาญระเบียบกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสัน พัทลุง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกภัทร สามเอก ผู้แทนจำหน่ายรถนิสสัน ตรัง พัทลุง บอกว่า ภาพรวมปีนี้ถือว่ายอดจำหน่าย
รถต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี
“กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจะเป็นบรรดาบริษัทไฟแนนซ์ คาดว่ามีประมาณ 15-20% ที่ไม่มีกำลังผ่อนชำระแล้ว จนรถมีการคืนและถูกยึด ซึ่งหากมีการประมูลขายทอดตลาดรถที่ถูกยึดก็จะส่ง
ผลกระทบต่อไปยังเต็นท์รถมือสอง อีกระลอกหนึ่ง ภาพรวมเศรษฐกิจภาคใต้ที่กระทบหนักคือภาคการเกษตร ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพเดียวคือทำสวนยางพารา”
ใช่เพียงแค่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ปัญหาราคายางพาราก็ยังส่งผลกระทบในด้านสังคมด้วยเช่นกัน สถิติอาชญากรรมต่อทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น หลายจังหวัดต้องวางมาตรการพิเศษเพื่อป้องกันอาชญากรรม
เพิก เลิศวังพง อดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) กล่าวว่า ชาวสวนยางพาราเกิดภาวะวิกฤตมาก บุตรหลานที่เป็นนักเรียน นักศึกษา เริ่มทยอยลาออกจากสถาบันการศึกษาแล้ว โดยเฉพาะในเทอมหน้าปี 2558 จะออกกันระลอกใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนปัจจุบัน จะต้องมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำวันละ 100 บาท
“ชาวสวนยางพาราเดิมรายใหญ่กู้ยืมเงินกันครั้งละ 5 หมื่น-1 แสนบาท แต่มาวันนี้มีการยืมกัน 500 บาท และ 200 บาท ถือว่าตกต่ำที่สุดแล้ว” เพิก กล่าว
แม้รัฐบาลจะยืนยันรับปากว่าจะช่วยเหลือให้ราคายางพาราขยับขึ้นมาเป็น กก.ละ 60 บาท แต่ในมุมมองชาวสวนยางกลับมองว่าเป็นไปได้ยาก
ทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรยางพารา และปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้มองว่า ขอให้รัฐบาลชะลอโครงการเงินให้เกษตรกรสวนยางกู้ยืมจำนวน 5,000 ล้านบาทไว้ก่อน แต่ให้ตั้งคณะกรรมการจากตัวแทนเกษตรกรตรวจสอบโรงรมยาง 700 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโรงรมร้างของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ว่ามีการสวมสิทธิให้กับเอกชนเพื่อกู้เงินจำนวนนี้หรือไม่
“เรื่องนี้พันกับสต๊อกยางพารา 2.1 แสนตัน ในโครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางของรัฐบาลที่ผ่านมา ยางในสต๊อกของรัฐบาลจำนวน 2.1 แสนตัน ส่งมอบให้กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประมาณ 9 หมื่นตัน ยางอีก 1.2 แสนตันหายไปไหน ขณะเดียวกันรัฐบาลยังไปทำจีทูจีกับรัฐบาลจีน ขายยาง 4 แสนตันในราคา กก.ละ 62 บาท เพราะฉะนั้นยางพาราในประเทศ จะไม่มีโอกาสขยับขึ้น 60 บาท ขณะเดียวกันบริษัท ไหหนาน ประเทศจีน ขอซื้อยางจำนวน 2.1 แสนตัน ในราคา กก.ละ 70 บาท ก็ไม่ยอมขาย ทำไมจึงไม่ขาย”
ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรสวนยางที่ออกมายื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคา ล่าสุด ไพโรจน์ ฤกษ์ดี ผู้ประสานงานชาวสวนยางสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ทหารจะขอให้เขาและแกนนำทั้งหมด 5 คนเข้าปรับทัศนคติในค่ายทหารเป็นเวลา 3 วัน แต่ได้แจ้งไปว่าไม่ได้เตรียมตัว และมีอาชีพเป็นทนายความติดนัดขึ้นศาลว่าความ ขณะที่แกนนำอื่นๆ เป็นสมาชิกสภาเทศบาลมีภารกิจในพื้นที่ จึงนัดจะเข้าค่ายปรับทัศนคติในช่วงต้นเดือน ก.พ.ปีหน้า
“นอกจากได้ยื่นหนังสือบันทึกความเข้าใจถึงนายกรัฐมนตรีว่าพวกผมเคลื่อนไหวด้วยความจริงใจในความเป็นลูกหลานชาวสวนยาง และฝากหนังสือลับถึงนายกฯ ให้ทราบพฤติกรรมเกี่ยวกับกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่เอาเปรียบชาวสวนยาง” ไพโรจน์ กล่าว







