
สปช.เสนอตั้งคณะกก.ปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ
กมธ.เสนอตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ ทำแผนการออกฎหมายเสนอสภาพร้อม ส่งเสริมประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยสะดวก
กมธ.เสนอตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ ทำแผนการออกฎหมายเสนอสภาพร้อม ส่งเสริมประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยสะดวก
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เสนอแนวความคิดการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า การร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามีข้อจำกัดในการแก้ปัญหา คือ ไม่สามารถร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญได้ จึงต้องนำใจความสำคัญไปบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นส่วนใหญ่ การมาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญภายหลังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีบทบังคับ
อย่างไรก็ดี ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สปช.ซึ่งมีความรับผิดชอบในการร่างรัฐธรรมนูญและร่างกฎหมายลูกร่วมกับกมธ.ยกร่างฯ จึงอยากให้กมธ.ยกร่างฯกำหนดสาระสำคัญการออกกฎหมายลูกเอาไว้ให้มีสภาพบังคับ ไม่เช่นนั้นการปฏิรูปจะล้มเหลว เพราะการปฏิรูปจำเป็นต้องมีกฎหมายลูกเพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติชัดเจน กฎหมายสำคัญที่จะผลักดันออกมาจึงอยู่ในความรับผิดชอบของสมาชิกสปช.ทุกคน
สำหรับความสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากสังคมไทยไม่เคารพกฎหมาย เพราะขั้นตอนยุ่งยากในการบังคับใช้ ที่ผ่านมาประชาชนยอมทำผิดกฎหมายแล้วจ่ายเงินแก่เจ้าหน้าที่เพื่อแก้ปัญหา ดังนั้น กมธ.จึงเสนอแนวทางให้มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่า รัฐต้องทำกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมปรับปรุงให้ทันสมัย แก้ไขส่วนที่ทำให้ผู้ด้อยโอกาสเสียเปรียบ กำหนดให้มีส่วนกฎหมายกลางสำหรับจัดทำกฎหมายให้สอดคล้องต่อสากล
นอกจากนี้ แนวทางแก้ปัญหาให้กฎหมายมีประสิทธิภาพและบังคับใช้ได้นั้น เสนอให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ มีหน้าที่จัดทำแผนการออกฎหมายเสนอต่อสภา ส่วนวิธีลดปัญหาทางคดีความ กมธ.เห็นว่า ยังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมาตลอด ไม่ให้ความสำคัญในการป้องกันก่อนการเกิดเหตุ จึงเสนอให้กำหนดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอย่างเด็ดขาด สำหรับเป็นมาตรการป้องกันการก่ออาชญากรรม ชะลอการฟ้องร้องคดีอาญา ให้มีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม
อย่างไรก็ดี เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมยุติข้อพิพาทคดีความ ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยสะดวก ผ่านการอำนวยความสะดวกของรัฐจัด ทนายความให้เข้าถึงและครอบคลุมประชาชนทุกพื้นที่ หากทำได้ก็จะก่อให้เกิดการลดคดีที่เกิดขึ้นได้มาก
ขณะที่ภาพรวมของกระบวนการยุติธรรมก็ต้องมีบทบัญญัติให้บูรณาการการทำงานของหน่วยงานยุติธรรม ทั้ง องค์กรตำรวจ ทนายความ อัยการ และศาล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้เท่าเทียมกัน และต้องบูรณาการให้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ หากจะให้เลือกคณะกรรมการตุลาการ (กต.) ในแต่ละศาลเหมือนที่ผ่านมา ก็ให้กำหนดสัดส่วนแบ่งเป็น ชั้นต้น อุทธรณ์ และฎีกา ให้ตุลาการให้เลือกบุคคลที่มาจากตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าคณะ มีอายุไม่เกิน 65 ปี เพราะผู้ที่จะเป็น กต. แต่ละศาลได้ที่ผ่านมาต้องหาเสียง ก่อนให้วุฒิสภามีส่วนร่วมเหมือนเดิม
สำหรับการเลื่อนชั้นผู้พิพากษาศาลควรเลื่อนจากในสายงานของแต่ละศาลเอง ซึ่งจะทำให้ได้ผู้พิพากษามีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน มากกว่าการเลื่อนตำแหน่งจากการย้ายไปมาแต่ละศาล สำหรับการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมการของประชาชนเพื่อแก้ปัญหาทางคดีก็เสนอให้มีศาลแขวงประจำอำเภอ ขณะที่ ศาลรัฐธรรมนูญก็ให้กำหนดองค์คณะ 9 คน วาระ 6 ปี อายุไม่เกิน 70 ปี ศาลปกครองมีส่วนเดียว คือ ทำคดีล่าช้า
ส่วนอัยการ เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง ทำหน้าที่ไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีปัญหาคือคดีที่คั่งค้าง ดังนั้น ต้องหาวิธีที่สะสางคดีที่ค้างออกไป โดยกมธ.มีข้อเสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาทิ การยื่นเแสดบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้่สิน ที่มีข้อเสนอให้ข้าราชการทุกระดับต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยให้ยื่นกับหน่วยงานต้นสังกัดแทน ป.ป.ช.
ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ไม่ควรมีหน้าที่ตัดสินให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิเหลืองตั้ง หรือให้ใบเหลือง ใบแดงทั้งก่อนรับรองผลการเลือกตั้ง และหลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยให้ศาลยุติธรรม ซึ่งมีบุคลากรที่มีความพร้อมเป็นผู้พิจารณาดังกล่าว ทั้งนี้ไม่ใช่การลดอำนาจ แต่เพื่อเป็นการปกป้อง กกต. ให้สามารถทำงานเรื่องจัดการเลือกตั้งได้สะดวก
ขณะที่ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ สมาชิก สปช. อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรเน้นถึงการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนของกระบวนการยุติธรรม และยังเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และสองมาตรฐานระหว่างคนรวยกับคนจน เพราะสิ่งที่คนจนต้องเผชิญกลายเป็นผู้ต้องหา คือ 1.การประกันตัว เพราะต้องใช้หลักทรัพย์ยื่นประกันสูง แม้ว่าปัจจุบันจะสามารถใช้ตำแหน่งราชการในการประกันตัวได้ แต่ก็มีข้อจำกัด
นอกจากนี้ คนจนที่จะสามารถหาบุคคลที่สามารถยื่นประกันตัวได้ก็มีน้อยมาก ทั้งๆที่สิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเรื่องพื้นฐานที่ประชาชนจะได้รับ 2.เมื่อประกันตัวออกมาแล้ว ต้องมีทนายความในการต่อสู้คดี เพราะไม่สามารถว่าคดีให้กับตัวเองได้ ดังนั้น จึงต้องบทบัญญัติให้สิทธิของประชาชนอย่างชัดเจนที่จะต้องกำหนดหน้าที่ของรัฐ เพื่อต้องอำนวยความสะดวกในการกระบวนการต่อสู้คดีที่ต้องมีคุณภาพและประสิทธิภาพด้วย
ด้านนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิก สปช. เสนอให้มีการปฏิรูปองค์กรตำรวจ เพราะที่ผ่านมาตำรวจทำตัวเป็นกองทัพที่สี่ดังนั้น จึงอยากให้ลดอำนาจสายบังคับบัญชาตำรวจลง แล้วให้ไปสู่ท้องถิ่นในเฉพาะจังหวัด หากคดีเกิดที่จังหวัดก็ให้เกิดที่จังหวัดนั้นๆ ไม่ต้องนำคดีเข้ามาอยู่ในส่วนกลาง นอกจากนี้ เสนอให้มีการปฏิรูปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยให้กำหนดอำนาจหน้าที่ชัดเจน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาดีเอสไออายัดบัญชีทรัพย์สินผู้คนตามใจชอบ และส่วนตัวยังเคยโดน จึงขอถามว่าเอาอำนาจอะไรมาดำเนินการในส่วนนี้ โดยที่ไม่การไต่สวน ขณะที่องค์กรอัยการซึ่งในข้อเท็จจริงต้องเป็นมือหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ต้องวางตัวเหมือนศาล แต่ถามว่า ที่ผ่านมาอัยการเป็นอิสระจริงหรือไม่ และมีปัญหาในการถูกแทรกแซงจากการเมืองอย่างไรหรือไม่
ด้านนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสปช. เสนอว่า ให้ตำรวจไม่มียศ ไม่มีตำแหน่ง เพราะที่ผ่านมามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งกัน และให้ตำรวจทำหน้าที่แค่เพียงรับเรื่องราวเรื่องทุกข์กับประชาชนเท่านั้น เพื่อให้โรงพักเป็นที่พักกายพักใจกับประชาชนได้







