
สภาฯเตรียมพิจารณางบประมาณ54วาระ2-3
เสนอสภาฯพิจารณางบประมาณวาระ2-3 "18 -19 ส.ค."นี้
เสนอสภาฯพิจารณางบประมาณวาระ2-3 "18 -19 ส.ค."นี้
ที่รัฐสภา นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 แถลงว่า กมธ.กำหนดเป้าหมายการพิจารณางบปี 54 ไว้ 8 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน – 28 กรกฎาคม 53 คาดว่าจะส่งรายงานต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สภาพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ได้ตามกำหนดวันที่ 18-19 สิงหาคม 53
นายอภิชาต กล่าวว่า ทั้งนี้การพิจารณา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมทางเศรษฐกิจ กมธ.มีข้อสังเกตคือ มาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีต่อธนาคารพาณิชย์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากปัจจัยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปทั้งจากปัจจัยภายในและ เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การก่อหนี้สาธารณะของรัฐบาลที่ควรจัดทำแผนและการวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิด ต่อสภาวะเศรษฐกิจไทยในอนาคตเพื่อรักษาวินัยการคลัง ความเป็นไปได้ในการจัดเก็บรายได้ปี 2554 จำนวน 1.65 ล้านบาทที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจจากกลุ่มประเทศ ยุโรปใต้ ปัญหาภัยแล้ว เพลี้ยกระโดด การจัดเก็บภาษีบางประเภท เช่น น้ำมัน ทั้งนี้เป้าหมายของกมธ.คือ การตั้งเป้าลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ การปฏิบัติตามกฎหมาย การมีมาตรการราคาที่ดี ประหยัด คุ้มค่าโดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็ง ศักยภาพของหน่วยงานในการกระจายทรัพยากรอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
นายอภิชาต กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กมธ.ได้พิจารณางบประมาณของกระทรวงการคลัง 23 หน่วยงานเสร็จสิ้น ยังไม่มีการปรับลด ยกเว้นสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.)ที่ยังรอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อพิจารณา ซึ่งมีข้อสังเกตคือ ความคุ้มค่าของการเบิกจ่ายงบปี 53 ที่ยังล่าช้า การใช้ประโยชน์ของทรัพย์สินของรัฐที่ต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่านี้ เช่น การออกโฉนดชุมชนที่ยังล่าช้า ความโปร่งใสในการจัดเก็บภาษีและเกณฑ์การจัดเก็บ เช่น ภาษีน้ำมัน ภาษีเหล้า ค่าใช้จ่ายสวัสดิการของภาครัฐที่สูงขึ้นทุกปี การเบิกจ่ายในโครงการไทยเข้มแข็งตามพ.ร.ก.กู้เงินจำนวน 3.5 แสนล้านบาทที่ต้องให้ถึงประชาชนอย่างแท้จริง และการแก้ปัญหาราคาพืชผลจากระบบประกันรายได้เกษตรกร การแก้หนี้ภาคประชาชน
"เสนอให้จัดตั้งระบบบริหารความเสี่ยงและหนี้สินของเกษตรกร การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาของรัฐวิสาหกิจ การลงทุนร่วมภาครัฐกับเอกชน อย่างไรก็ดี งบประมาณของทุกกระทรวงจะเข้าไปสู่อนุกมธ.พิจารณาปรับลดงบที่จะตั้งในวันที่ 14 มิถุนายน อีกครั้ง เพื่อพิจารณาปรับลดรายจ่ายลงทุนที่ซ้ำซ้อน เช่น งบครุภัณฑ์ สัมมนา ประชาสัมพันธ์ คอมพิวเตอร์" นายอภิชาต กล่าว
เมื่อถามถึงเกณฑ์การปรับลดงบประมาณ ที่ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯด้านเศรษฐกิจเคยระบุว่า จะจัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุนต่างๆใหม่ นายอภิชาต กล่าวว่า กมธ.กำลังขอรายละเอียดจากหน่วยงานต่างๆและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อดูดัชนีชี้วัดมูลค่า ทางเศรษฐกิจจากโครงการในปีงบประมาณที่ผ่านมา และยืนยันว่า จะปรับลดแน่ในส่วนที่เป็นไขมันส่วนเกินและไม่มีประโยชน์ในสถานการณ์ทาง เศรษฐกิจขณะนี้







