
ความเห็นต่อกรณี UBER
จากกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้ระบุว่า การให้บริการ Uber Taxi เป็นการให้บริการที่ผิดกฎหมาย และเริ่มออกตรวจเพื่อเปรียบเทียบปรับ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ผมขอแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้
จากกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้ระบุว่า การให้บริการ Uber Taxi เป็นการให้บริการที่ผิดกฎหมาย และเริ่มออกตรวจเพื่อเปรียบเทียบปรับ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ผมขอแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้
1.คำสั่งของกรมการขนส่งทางบก ต่อกรณีบริการ UBER ทั้งในกรณี UBER Black และ UBER X ในเรื่องของการให้บริการที่ผิดกฎหมาย นั่นคือ รถไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถยนต์สาธารณะ (กรณี UBER X) และพนักงานขับรถไม่ได้รับใบอนุญาตรถยนต์สาธารณะ (ทั้ง UBER Black และ UBER X) นั้น ถูกต้องตามกรอบกฎหมายในปัจจุบัน (พ.ร.บ.รถยนต์)
2.การกำกับดูแลระบบแท็กซี่ในปัจจุบัน เป็นการกำกับดูแลเพียงตัวรถ กล่าวคือ รถยนต์ต้องจดทะเบียนเป็นรถยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) และผู้ขับขี่ต้องได้รับใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ และมีการกำกับดูแลการให้บริการ คือ ให้บริการในพื้นที่ที่กำหนด (เช่น ภายในเขตจังหวัด หรือระหว่างจังหวัด) การห้ามปฏิเสธผู้โดยสาร และการกำหนดราคาค่าบริการโดยระบบมิเตอร์ ซึ่งเราเรียกว่าแท็กซี่มิเตอร์ในปัจจุบัน (ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่))
3.รูปแบบที่ UBER Black เป็นการจดทะเบียนรถยนต์บริการ (ป้ายเขียว) ในรูปแบบรถยนต์บริการธุรกิจ ซึ่งได้แก่ รถยนต์ที่ใช้บรรทุกผู้โดยสารระหว่างท่าอากาศยาน ท่าเรือเดินทะเล สถานีขนส่งหรือสถานีรถไฟกับโรงแรมที่พักอาศัย ที่ทำการของผู้โดยสาร หรือที่ทำการของผู้บริการธุรกิจนั้น ซึ่งในปัจจุบันค่าโดยสารของรถยนต์บริการ ผู้ประกอบการสามารถกำหนดค่าโดยสารได้ตามความเหมาะสม ดังเช่นรถลีมูซีนของสนามบิน หรือรถบริการของโรงแรมต่างๆ ถ้าจะพิจารณารถยนต์ของ UBER Black ที่ให้บริการในรูปแบบของรถยนต์บริการธุรกิจนั้น ก็ถือว่าผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่มีการให้บริการในรูปแบบที่กำหนดไว้ในกฎหมายแต่อย่างใด
4.ถึงแม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการตามกฎหมายกับ UBER แต่กรมการขนส่งทางบกมีปัญหาในการกำกับดูแลตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่หลายกรณี เช่น กรณีของใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ เมื่อปี 2554 การบังคับใช้กฎหมายกรณีรถตู้ป้ายดำ
5.คำถามที่น่าสนใจ คือ บริการของ UBER ผิดกฎหมาย แต่เป็นบริการที่สร้างทางเลือกที่ดีให้ ควรทำให้ถูกกฎหมาย หรือควรมีการกำกับดูแลอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้บริการรถยนต์สาธารณะมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น และมีคุณภาพการให้บริการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
6.เปรียบเทียบกับการให้บริการ Application อื่นๆ เช่น GrabTaxi หรือ Easy Taxi ซึ่งเป็นบริการที่เป็นเพียงการบริการเรียกแท็กซี่ที่เก็บค่าบริการในการเรียกแท็กซี่ ซึ่งก็มีกำหนดไว้ในข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบกที่อนุญาตให้มีการเก็บค่าบริการผ่านศูนย์วิทยุสื่อสาร ครั้งละ 20 บาท
7.กรมการขนส่งทางบกเลือกที่จะกำกับดูแลที่เน้นเรื่องการกำหนดราคาเป็นหลัก (การใช้มิเตอร์) และขาดการพิจารณาถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในการให้บริการที่แตกต่าง โดยที่การให้บริการแท็กซี่ในปัจจุบันประสบปัญหามาก ในเรื่องของการให้บริการ สถิติร้องเรียนจากข้อมูลการร้องเรียนผ่านทางสายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบก ระหว่างเดือน ต.ค. 2556 ถึงเดือน พ.ค. 2557 เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับแท็กซี่ 18,465 ครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 77 ครั้ง
8.ภายใต้เงื่อนไขปัจจุบัน ถ้า UBER นำรถที่วิ่งอยู่ในระบบ UBER X ไปจดทะเบียนเป็นรถยนต์สาธารณะ และให้คนขับรถมีใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ ภายใต้เงื่อนไขค่าโดยสารที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ก็คงจะไม่มีปัญหาอย่างไร แต่ประเด็นหลักคือภายใต้เงื่อนไขค่าโดยสารที่มีอยู่ ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถพัฒนาบริการที่หลากหลายได้ รวมถึงการทำ Promotion ต่างๆ ที่ลดราคาเพื่อกระตุ้นการใช้งาน และสร้าง Customer Royalty ได้







