
จับตาบีพีเสี่ยงล้มละลาย
บีพีส่อแววล้มละลาย นักลงทุนเทขายหุ้นทิ้ง บอนด์ดิ่งวูบมาอยู่ระดับจังก์ หลังจากเผชิญวิกฤตน้ำมันรั่วไหลที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ
บีพีส่อแววล้มละลาย นักลงทุนเทขายหุ้นทิ้ง บอนด์ดิ่งวูบมาอยู่ระดับจังก์ หลังจากเผชิญวิกฤตน้ำมันรั่วไหลที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ
สถานการณ์ของบีพี บริษัทน้ำมันชั้นนำของโลกวิกฤตย่ำแย่หนัก ราคาหุ้นทิ้งตัวลงมาแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 13 ปี ท่ามกลางข่าวลือที่ว่าบีพีอาจยื่นคำร้องขอล้มละลาย หลังจากต้องเผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐให้ระงับการจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นและเพิ่มเงินชดเชยค่าเสียหายจากการที่แท่นขุดเจาะของบีพีเกิดรั่วไหลจนปล่อยน้ำมันปริมาณมหาศาลปนเปื้อนทะเลและชายฝั่งสหรัฐ สร้างความเสียหายให้กับระบบ นิเวศน์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างรุนแรง
ราคาหุ้นของบีพี วันที่ 10 มิ.ย. ทิ้งตัวลงอย่างรุนแรงถึง 16% ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก และดิ่งลง 11% ในตลาดหุ้นลอนดอน นอกจากนี้ ราคาหุ้นดิ่งลงมาถึง 44% นับตั้งแต่เกิดเหตุน้ำมันรั่วที่แท่นขุดเจาะน้ำมันในบริเวณอ่าวเม็กซิโก เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ขณะที่พันธบัตรของบีพีปรับลงมาอยู่ในระดับจังก์หรือไม่อยู่ในระดับที่จะทำการซื้อขาย เนื่องจากต้นทุนที่บีพีต้องแบกรับในการจัดการปัญหาน้ำมันรั่วที่พุ่งสูงขึ้นทุกขณะ
ทั้งนี้ บีพี เปิดเผยว่า งบประมาณที่จะใช้ควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันและการจัดการกับคราบน้ำมันที่รั่วออกมาจะต้องใช้เงินถึง 1,430 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.6 หมื่นล้านบาท) ขณะที่รายได้ของบริษัทเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.1 แสนล้านบาท)
นักลงทุนต่างหวั่นเกรงว่าบีพีจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐให้จ่ายเงินชดเชยความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงจ่ายเงินชดเชยให้กับคนงานหลายพันคนที่ต้องตกงาน หลังจากที่บีพีต้องระงับการขุดเจาะน้ำมันในบริเวณอ่าวเม็กซิโก เนื่องจากเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลจากแท่นขุดเจาะ ซึ่งขณะนี้บีพีก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
นอกเหนือจากแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐ สหภาพยุโรปยังแสดงท่าทีที่จะเข้ามาตรวจสอบแท่นขุดเจาะของ บีพีในแถบทะเลเหนือโดยชี้ว่าแท่นขุดเจาะของบีพีในพื้นที่ตอนเหนือของน่านน้ำยุโรปอาจไม่ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการขุดเจาะน้ำมันอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม บีพียืนยันว่าแท่นขุดเจาะในแถบทะเลเหนือมีความปลอดภัยเพียงพอ







