
สปช.แนะบรรจุพัฒนากีฬาเป็นวาระชาติ
สปช. ชง ยกระดับการเรียนการสอนวิทย์ คณิต แนะบรรรจุพัฒนากีฬาเป็นวาระแห่งชาติ แยกกีฬาจากการท่องเที่ยว
สปช. ชง ยกระดับการเรียนการสอนวิทย์ คณิต แนะบรรรจุพัฒนากีฬาเป็นวาระแห่งชาติ แยกกีฬาจากการท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องสรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการยกร่ารัฐธรรมนูญของคณะกมธ.วิสามัญประจำสภา 18 คณะ ซึ่งคณะกมธ.วิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ เป็นวันแรก
นายศักรินทร์ ภูมิรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าต้องทำให้การพัฒนาวิทยาศาสตร์เป็นวาระของประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยต้องปฏิรูปด้านต่างๆ แบ่งเป็น ระดับบุคคล ปรับรูปแบบเรียนรู้เน้นด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ ให้นำทักษะที่จำเป็นมาปรับใช้การทำงาน คิดแบบวิทยาศาสตร์แบบเป็นหตุผลทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง ทำให้ประเทศมีฐานเพียงพอต่อการพัฒนาประเทศยั่งยืน
ทั้งนี้ การพัฒนาต้องบูรณาการหลายองค์กร เชื่อมโยงนวัตกรรม เชื่อมโยงกับปราชญ์ชาวบ้าน ส่งเสริมความรู้ชุมชน มีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ประเทศที่ก้าวหน้ารวดเร็วต้องมีฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และการปฏิรูปสังคมต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาเป็นเครื่องมือ ส่งเสริม ตรวจสอบพิสูจน์ ทั้งเครื่องมือวัดความเร็ว ความชื้น
นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ สปช. อภิปรายว่า ที่ผ่านมาจากคะแนน โอเน็ตวิชาวิทยาศาสตร์ตกต่ำมากคะแนนเฉลี่ย 30 % ถือว่าตกทั้งประเทศ ที่ผ่านมาเราเน้นแต่เด็กหัวกะทิ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่หากอยากได้สังคมวิทยาศาสตร์ต้องไม่ละเลยส่วนที่เหลืออีก 99.99 % เพราะเด็กเก่งอย่างเดียวไม่อาจทำให้เกิดสังคมวิทยศาสตร์ได้ แต่โดนละเลยเรามองไม่เห็นความสำคัญ อีกทั้งต้องให้ความสำคัญกับการเรียนนอกห้องเรียน
นายพงศ์พโยม วาศภูติ สปช. กล่าวว่า สังคมให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนคณิตศาสตร์น้อยเกินไป ขอให้มีการปรับปรุงการเรียนการสอนด้านคณิตศาสตร์ เพราะมีเด็กจำนวนมากที่ต้องการจะเรียนด้านวิทยาศาสตร์แต่ขาดพื้นฐานการคิดวิเคราะห์ในด้านนี้ ดังนั้น ถ้ามีการปรับปรุงแล้วจะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมของคนที่มีเหตุผล และขอให้มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ปัญหาในหน่วยงานภาครัฐ เช่น การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน การใช้ที่ดิน เป็นต้นและขอให้มีการเพิ่มสัดส่วนงบประมาณเรื่องการวิจัยและพัฒนาด้วย โดยอาจเขียนให้ชัดในรัฐธรรมนูญ
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมาธิการการปฏิรูปการกีฬา ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาปัญหาอุปสรรคที่ทำให้การกีฬาไทยมีความล่าช้าคือขาดความชัดเจนมุ่งมั่นต่อเนื่องในนโยบาย กมธ. เชื่อมั่นว่าการยกระดับกีฬายังเป็นการพัฒนาเกียรติภูมิของประเทศเป็นผลดีต่อความมั่นคงของประเทศ และความปรองดอง ดังนั้นต้องพัฒนากีฬาให้เป็นวาระแห่งชาติเป็นหนึ่งในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐโดย บรรจุถ้อยคำไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา คือ 1. ผู้นำการเมืองที่ดี และ 2 แนวนโยบายด้านพื้นฐานแห่งรัฐ โดยระบุว่า รัฐต้องดำเนินการด้านกีฬาดังต่อไปนี้ ส่งเสริมสนับสนุนการกีฬาพัฒนาสุขภาพชีวิตจิตใจ รวมทั้งสร้างความสามัคคีและภาคภูมิใจของคนในชาติ จัดโครงสร้างพัฒนา เท่าเทียมและ ส่งเสริมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ
ทั้งนี้ ปัจจุบันคน ผู้มีอาการป่วยไม่ได้เล่นกีฬา 73% ผู้ป่วยพักรักษาตัวในรพ. 76 % การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ป้องกันการเจ็บป่วยได้ ผู้ไม่ออกกำลังกายมีความเสี่ยงต่อการป่วยง่ายกว่าการไม่ออกกำลังกายสามเท่าตัว กีฬายังช่วยลดปัญหาครอบครัวยาเสพติด และลักษณะนิสัยส่งผลต่อความมั่นคงผาสุข
นางกูไซหม๊ะวันซาฟีน๊ะ มนูญทวี สปช. กล่าว่า เห็นด้วยกับการให้แยกการกีฬาออกจากการท่องเที่ยวเพราะการท่องเที่ยวเน้นวันความสำเร็จที่จีดีพี ส่วนกีฬาเน้นย้ำเรื่องสุขภาพ พลานามัยทีดีของคนในชาติ ตั้งศูนย์กีฬาครบวงจรสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามกีฬา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่







