posttoday
ภาระภาษีที่คนไทยต้องแบกรับ (ตอน1)

ภาระภาษีที่คนไทยต้องแบกรับ (ตอน1)

15 ธันวาคม 2557

คงจะปฏิเสธกันไม่ได้ว่า ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศไทยมีการพัฒนามากขึ้น มาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้นเป็นลำดับก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนทางสังคม การจัดเก็บรายได้จากภาษีของภาครัฐนั้น ส่วนหนึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อใช้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการให้บริการสาธารณะที่รัฐเป็นผู้จัดหาให้บริการแก่ประชาชน ประเด็นในเรื่องความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีจึงน่าจะเป็นเรื่องที่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณากันให้ละเอียดถี่ถ้วนในบรรยากาศของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งรวมถึงการปฏิรูประบบการคลังและการจัดเก็บภาษีของประเทศด้วย

คงจะปฏิเสธกันไม่ได้ว่า ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศไทยมีการพัฒนามากขึ้น มาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้นเป็นลำดับก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนทางสังคม การจัดเก็บรายได้จากภาษีของภาครัฐนั้น ส่วนหนึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อใช้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการให้บริการสาธารณะที่รัฐเป็นผู้จัดหาให้บริการแก่ประชาชน ประเด็นในเรื่องความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีจึงน่าจะเป็นเรื่องที่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณากันให้ละเอียดถี่ถ้วนในบรรยากาศของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งรวมถึงการปฏิรูประบบการคลังและการจัดเก็บภาษีของประเทศด้วย

ตัวเลขจำนวนผู้เสียภาษีในประเทศคิดเป็นสัดส่วนต่อจำนวนผู้เข้าข่ายต้องเสียภาษีบ่งชี้ถึงความลักลั่นในระบบการจัดเก็บภาษีของประเทศอยู่มาก เพราะมีคนจำนวนหนึ่ง (จำนวนมากแค่ไหนก็ไม่แน่ใจได้) ไม่ได้เสียภาษี มีอีกจำนวนหนึ่งเสียภาษีน้อยกว่าที่ควรจะต้องเสีย และประเภทสุดท้ายคือ หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องเสียภาษีเต็มจำนวน ซึ่งได้แก่ มนุษย์เงินเดือน เป็นสำคัญ และดูเหมือนว่าคนที่มีรายได้ปานกลางในกลุ่มที่เรียกว่ามนุษย์เงินเดือนนี่แหละ ที่จะต้องแบกรับเอาภาษีมาไว้บนบ่ามากที่สุดถ้าคิดเทียบต่อ 1 บาทของรายได้ที่พวกเขาเหล่านั้นหามาได้ และก็คงจะปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า ความลักลั่นในระบบการจัดเก็บภาษีนี้ก็เป็นต้นเหตุส่วนหนึ่งของการทุจริตคอร์รัปชั่นและการเกิดปัญหาความ
เหลื่อมล้ำในสังคม

ความไม่เป็นธรรมในการแบกรับภาระภาษีอาจพิจารณาได้ในหลายมิติด้วยกัน เช่น อาชีพที่แตกต่างกัน สถานะความมั่งคั่งในสังคมที่แตกต่างกัน กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องมีความแตกต่างกัน ฯลฯ ความแตกต่างเหล่านี้ถูกทำให้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ภาระทางภาษีมีความแตกต่างกันด้วยระบบการจัดเก็บภาษีประเภทที่ให้การยกเว้นกับคนบางกลุ่ม อาชีพบางอาชีพ กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางกิจกรรม ซึ่งถ้าปล่อยไปเป็นระยะเวลานาน โดยไม่ได้มีการหยิบกลับมาพิจารณาให้ถี่ถ้วน ก็จะมีผลเป็นการสร้างความเสียหายจากการบิดเบือนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรการผลิตของประเทศ และจะเป็นการบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ในที่สุด

กล่าวคือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจใดที่มีการจัดเก็บอัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Tax Rate) ในอัตราที่ต่ำกว่า ซึ่งโดยปกติมักจะเกิดขึ้นจากการได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนทางด้านภาษี ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเหล่ามีความน่าสนใจในการดำเนินการมากกว่า หรืออีกนัยหนึ่งคือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นจะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสที่สูงขึ้น ทรัพยากรการผลิตจึงถูกดึงดูดไปยังภาคเศรษฐกิจที่มีภาระทางภาษีที่ต่ำกว่านี้มากเกินไปกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในภาคเศรษฐกิจอื่นเพิ่มขึ้นจากการที่ต้องแข่งขันในตลาดปัจจัยการผลิตโดยการเพิ่มราคา หรือผลตอบแทนของปัจจัย

ดังนั้น ความแตกต่างของภาระภาษีตามประเภทของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นมิติแรกของความลักลั่นในการจัดเก็บภาษีอากร เพราะเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณโดยภาครัฐว่า กิจกรรมที่มีภาระทางภาษีน้อยนั้น เป็นกิจกรรมที่รัฐพึงประสงค์อยากจะให้มี ให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ ปัจจัยการผลิตก็จะถูกดึงดูด หรือผลักดันตามกลไกในระบบเศรษฐกิจให้เข้าไปสู่ภาคเศรษฐกิจนั้นๆ และภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง  ความลักลั่นของภาระภาษีในมิตินี้จึงมีผลเสียหายไม่แตกต่างจากการเข้าไปแทรกแซงกลไกการทำงานของตลาดโดยภาครัฐ หรือไม่ต่างกับการอุดหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางกิจกรรมโดยปริยาย (การให้การอุดหนุนในกิจกรรมที่มีภาระภาษีน้อยกว่านั้นเอง)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท