
ท้วงพรบ.ยางใหม่ สกัดลงทุนแปรรูป
เอกชนห่วง พ.ร.บ.การยางฉบับใหม่ สกัดลงทุนแปรรูปยางพารา
เอกชนห่วง พ.ร.บ.การยางฉบับใหม่ สกัดลงทุนแปรรูปยางพารา
นายบุญหาญ อู่อุดมยิ่ง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคเอกชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการแปรรูปยางพาราเพื่อส่งออกต่างมีความกังวลใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ... ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เนื่องจากจะมีผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราเพื่อการส่งออก
“เนื้อหาในมาตรา 47 ของร่าง พ.ร.บ.การยางฯ ที่ระบุว่า ผู้ใดส่งออกยางพาราต้องเสียค่าธรรมเนียมให้การยางแห่งประเทศไทยนั้น แต่ปรากฏว่าไม่มีการกำหนดวิธีการคำนวณและให้อำนาจกับการยางแห่งประเทศไทยกำหนดหลักเกณฑ์การจัดเก็บ ซึ่งเมื่อเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนผู้ประกอบการก็ไม่มั่นใจว่าหากลงทุนไปแล้วจะมีปัญหาในภายหลังหรือไม่ เช่น ถ้าเป็นผู้ผลิตยางล้อที่มียางพาราติดไปด้วย จะทำให้ผู้ส่งออกมีต้นทุนสูงขึ้น” นายบุญหาญ กล่าว
นายบุญหาญ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะทำหนังสือต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อแสดงความกังวลของผู้ประกอบการ เพราะขณะนี้ผู้ผลิตยางล้อจากจีนและยุโรปตัดสินใจชะลอการลงทุน เพื่อรอความชัดเจนของกฎหมาย รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น เช่น อินโดนีเซีย ซึ่งมีปริมาณน้ำยางดิบไม่แพ้ไทย
นายบุญหาญ ยังระบุว่า การที่รัฐบาลกระตุ้นให้ภาคเอกชนใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้นอาจเป็นไปได้ยาก เพราะราคาน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการผลิตยางสังเคราะห์ลดลง ผู้ผลิตจึงหันไปใช้ยางสังเคราะห์แทนยางธรรมชาติ
“หากรัฐบาลต้องการผลักดันราคายางให้ไปถึง 60 บาท/กก. จะมีการจัดการทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์ ซึ่งแม้ว่าในปี 2558 คาดว่าจะมีผลผลิตยาง 3.5 ล้านตัน ลดลงจาก 4 ล้านตัน ในปี 2557 และมีการใช้ยางในประเทศเพิ่มเป็น 6 แสนตัน แต่ก็ต้องมีมาตรการเสริมร่วมด้วย เช่น การจ่ายเงินให้เกษตรกรงดกรีดยางในบางช่วง” นายบุญหาญ กล่าว







